OGATA KOI FARM

OGATA  KOI  FARM ฟาร์มที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งเมืองฟูกูโอกะ  เป็นฟาร์มที่ผลิตปลาวาไรตี้หลากหลาย  แต่ปลาที่สร้างชื่อมากให้กับฟาร์มโอกาตะคือ อาซากิ,ซูซุย   เป็นที่ยอมรับของนักเลี้ยงชาวญี่ปุ่น  ถึงกับมีคำกล่าวว่า  ปลาประเภทอื่นเลี้ยงของฟาร์มไหนก็ได้  แต่ถ้าเป็นอาซากิ,ซูซุย ต้องโอกาตะเท่านั้นไหนด้วยความมีเอกลักษณ์แบบเฉพาะตัว  โดยเฉพาะซูซุย ที่มีเกล็ดสันหลังขนาดใหญ่  เรียงตัวเป็นระเบียบ  สีเข้มคมจัดชัดเจน  ผนวกกับโทนสีส้มอันเป็นลักษณะคงเดิมไว้ซึ่งสีของซูซุยแท้ๆ ดั้งเดิม  จึงกล่าวได้ว่าเป็นซูซุยชั้นเยี่ยมยากที่จะหาซูซุยจากที่ไหนมาเทียบเคียงและได้กลายไปเป็นปลาที่หลายฟาร์มนำไปใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์คุณวิโรจน์  รัตนเรืองยศ ประธานกรรมการของ วี คาร์พ อิมพอร์ต ฟาร์ม   เป็นผู้ที่เห็นคุณค่าของปลาจากฟาร์มโอกาตะ   จึงได้นำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ  เพื่อให้นักเลี้ยงชาวไทยได้มีโอกาสสัมผัสกับปลาคุณภาพดี  ในราคาย่อมเยาว์  กับการบริการที่เป็นกันเอง  ราคาต่อรองได้  มีลดมีแถม เป็นที่ประทับใจและครองใจนักนักเลี้ยงบ้านเรามาเนิ่นนานนับตั้งแต่เริ่มเปิดฟาร์มจวบจนทุกวันนี้- คุณวิโรจน์เลี้ยงปลาคาร์พมานานกี่ปีแล้วครับ?คุณวิโรจน์ – ก่อนที่จะมาทำฟาร์มวีคาร์พ  ผมเลี้ยงปลามาน่าจะสักประมาณ 5-6 ปี ครับ- ก่อนหน้ามาทำฟาร์มวีคาร์พ  คุณวิโรจน์  ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรครับ?คุณวิโรจน์ – ธุรกิจหลักของผมคือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับท่อพีวีซีชื่อบริษัท วิโรจน์ ไพพ์  เป็นโรงงานผลิตและขายส่ง- ทำไมถึงสนใจเลี้ยงปลาคาร์พ?คุณวิโรจน์ – ปลาคาร์พเป็นปลาที่สวยงาม  มีลวดลายสีสันไม่ซ้ำแบบกัน   มีความหลากหลาย   แบ่งย่อยได้อีกสิบกว่าประเภทเป็นปลาที่มีสีสันลวดลายสวยงามที่สุดแล้ว   ในบรรดาปลาสวยงามทั้งหมด   มันมีเสน่ห์ที่ใครเห็นแล้วก็อยากเลี้ยง  ช่วยคลายเครียดหลังจากเลิกได้เป็นอย่างดี  ดูแล้วเพลินตาอีกอย่างมันเลี้ยงง่าย  เชื่อง สามารถฝึกให้กินอาหารกับมือได้ไม่มีปัญหาจุกจิก  ถ้าถ้าทำบ่อเลี้ยงให้ถูกระบบ  มีระบบบ่อกรอง- ช่วงนั้นเลี้ยงไว้เยอะไหมครับ?คุณวิโรจน์ – เยอะมาก ประมาณร้อยยกว่าตัวเห็นจะได้  เลี้ยงเยอะไปเมื่อเทียบกับขนาดบ่อ   บ่อผมขนาดแค่ 3 เมตร   ยาว 5เมตร  ลึกเพียง 70 ซ.ม. ผมต้องแก้ปัญหาโดยการเพิ่มอ็อกซิเจนลงไปในบ่ออย่างมาก  ถ้าอ็อกซิเจนไม่เพียงพอปลาจะเหงือกบานต้องระวังให้ดี- สมัยนั้นคุณวิโรจน์ศึกษาเรื่องปลาคาร์พจากที่ใดครับ?คุณวิโรจน์ – ตอนนั้นเลี้ยงแบบไม่ได้ศึกษาอะไร  เลี้ยงตามมีตามเกิด  เลี้ยงเอาไว้ดูเพลิดเพลินผ่อนคลายหลังจากเลิกงานเท่านั้นเอง  ผมยังไม่ได้คิดจะทำธุรกิจปลาคาร์พแต่อย่างใด- ในสมัยนั้นมีคนเลี้ยงปลาคาร์พมากไหมครับ?คุณวิโรจน์ – ผมว่าสมัยนี้มีคนเลี้ยงมากกว่านะ อาจเป็นเพราะว่ามีฟาร์มนำเข้าปลาคุณภาพดีจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น  มีปลาสวยๆให้เลือกซื้อเลือกเลี้ยงมากขึ้น  ราคาก็ไม่แพงเหมือนแต่ก่อน- วงการปลาคาร์พในสมัยนั้นเหมือนปัจจุบันไหม?คุณวิโรจน์ – เงียบเหงาซบเซามาก   ไม่คึกคักเหมือนทุกวันนี้ค่านิยมในการเลี้ยงปลาคาร์พแทบจะไม่มีเลยในช่วงนั้น  คนเคยเลี้ยงแล้วเลิกเลี้ยงไปก็เยอะ  ปลาคาร์พแทบจะหลุดไปจากอันดับปลาสวยงามสมัยก่อนต่างคนต่างเลี้ยงไม่มีการจับกลุ่มเหมือนทุกวันนี้  วงการปลาคาร์พจะคึกคักหรือไม่ผมว่าส่วนหนึ่งมาจากสภาพเศรฐกิจของช่วงนั้นๆ ด้วย   ต้องยอมรับว่าเมื่อเทียบกับปลาสวยงามด้วยกัน  ปลาคาร์พมีต้นทุนในการเลี้ยงสูงกว่าปลาอื่นมาก- ด้วยเหตุใดจึงตัดสินใจมาทำฟาร์มครับ?คุณวิโรจน์ – เริ่มต้นจากการเลี้ยงเล่นเพื่อผ่อนคลาย   แต่เกิดพัวพันต่อเนื่องไปเรื่อยๆ  จากซื้อเขาเลี้ยงก็อยากจะไปซื้อที่ญี่ปุ่นด้วยตัวเอง   แต่เดินทางไปซื้อถึงญี่ปุ่นทั้งทีจะซื้อแค่ตัวสองตัวคงไม่คุ้ม  ในใจผมอยากซื้อสักพันตัว  เอามาเลี้ยงดูตัวไหนสวยก็จะเก็บเอาไว้สักสิบตัว  ทีนี้ปลาที่เหลือจะเอาไปปล่อยที่ไหนล่ะเลยคิดว่าเปิดฟาร์มเล็กๆ ขายไปเลยดีกว่า   ไหนๆ ก็มีใจรักแล้วตัดสินใจทำผมไม่ได้นึกถึงกำไรเลยนะ เพราะผมมองออกแต่แรกเริ่มแล้วว่ามันลงทุนเยอะ  โอกาสคืนทุนยาก โอกาสขาดทุนห้าสิบห้าสิบเลยทีเดียว    แต่ตัดสินใจทำเพราะว่าอยากสนุกกับมันมากกว่า  คิดเสียว่าใจรักก็แล้วกัน ใจลึกๆ หวังว่าแค่เสมอตัวไม่ขาดทุนก็พอใจแล้วตอนเริ่มตัดสินใจทำ  ยังมีปัญหาหลายอย่างที่ไม่เข้าใจ  ไม่รู้ไม่รู้เลยว่าซื้อขายกันอย่างไร  ต้องตั้งราคาสักเท่าใดถึงจะดูแล้วไม่แพงเกินไป  เปิดแบบที่ว่าเปิดๆ ไปก่อนแล้วกันอย่างอื่นเอาไว้ว่ากันที่หลัง-  เริ่มต้นทำฟาร์มเมื่อใดครับ?คุณวิโรจน์ – ฟาร์มเริ่มก่อสร้างมาเมื่อ พ.ศ.2542  แต่เริ่มนำปลาเข้ามาขายต้นปี  2543- เหตุใดเลือกทำเลที่รามอินทราเปิดฟาร์มครับ?คุณวิโรจน์ – ธุรกิจท่อพีวีซีของของผมตั้งอยู่ที่นี่และที่ดินผืนนี้มันว่างเปล่าอยู่   ตอนแรกตั้งใจจะทำธุรกิจด้านอื่น   แต่เห็นว่ามันว่างอยู่เลยย้ายบ่อที่บ้านมาไว้ที่นี่  สร้างไว้สองบ่อเพราะว่ามีปลาอยู่ร้อยกว่าตัวบ่อเดียวปลามันจะแน่นเกินไปพอสร้างเสร็จเลยคิดจะขายด้วย  แต่ยังไม่คิดขายแบบจริงจังอยากขายเพราะว่าปลามันเยอะ  แต่ยังอยากได้ปลาใหม่ๆ เข้ามาหมุนเวียน  ขายของเก่าออกไปแล้วซื้อเข้ามาใหม่น่าจะดี   ไม่ได้คิดถึงเรื่องกำไรอะไรเลยสักนิด   แค่ขายที่มีอยู่แล้วได้ปลาสวยๆตัวใหม่เข้ามาแค่นี้ก็พอใจแล้ว- เหตุผลที่คุณวิโรจน์เลือกเป็นดีลเล่อร์ของฟาร์มโอกาตะ?คุณวิโรจน์ – ครั้งแรกที่เดินทางไปซื้อปลาที่ญี่ปุ่น   ผมไปหลายฟาร์มแต่เผอิญว่ามันไปเจอฟาร์มที่ต้องซื้อขายผ่านดีเลอร์ (นายหน้า) เสียเป็นส่วนใหญ่  ฟาร์มปลาคาร์พใหญ่ๆ ที่ญี่ปุ่นมักจะนิยมซื้อขายแบบผ่านดีลเล่อร์   ทำให้โอกาสที่จะได้คัดเลือกปลาดีคัดเลือกได้โดยตรงมีข้อจำกัด   บางฟาร์มก็จำกัดว่าต้องซื้อแบบเหมาเป็นบ่อจำนวนมากไม่สามมารถคัดเลือกเป็นตัวๆ ได้   บางฟาร์มก็ไม่ได้ผลิตปลาเองไปคัดเลือกจากหลายๆที่มารวมไว้ขายอีกทีแต่โอกาตะฟาร์มเป็นฟาร์มที่เพาะเลี้ยงเอง   มีพ่อแม่พันธุ์เป็นของตัวเอง   เป็นฟาร์มที่เป็นบรีดเดอร์ ( Breeder ) โดยตรงเป็นฟาร์มที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น ถ้าใครที่ติดตามข้อมูลข่าวสารของวงการปลาคาร์พญี่ปุ่นก็จะรู้ว่า   ปลาโอกาตะไม่ได้ด้อยไปกว่าฟาร์มใดซึ่งดูได้จากรางวัลจากการประกวดในประกวดปลาคาร์พระดับ  All Japan Koi Show   ปลาของโอกาตะกวาดรางวัลมาเยอะแยะ   ตรงนี้เป็นอะไรที่การันตีเรื่องคุณภาพได้อย่างดีอยู่แล้วเมื่อผมเดินทางไปที่โอกาตะแรกเห็นปลาของที่นี่รู้สึกชอบโดยส่วนตัวทันทีนึกอยากจะนำปลาของเขามาขาย เลยตัดสินใจถามมิสเตอร์มานาบู  โอกาตะ  ว่าจะเป็นไปได้ไหมถ้าผมอยากจะเป็นดีลเล่อร์โดยตรงของฟาร์มคุณ  เขาก็เชิญเข้าไปพูดคุยถึงรายระเอียดและถามถึงความตั้งใจจริงของเรา   และสุดท้ายก็ตัดสินใจให้เราเป็นดีลเล่อร์  ถือว่าเป็นโชคดี- ประวัติความเป็นมาของโอกาตะ?คุณวิโรจน์ – มิสเตอร์มานาบู  ผู้เป็นเจ้าของฟาร์มเริ่มต้นเข้าสู่วงการปลาคาร์พจากการเป็นนักเลี้ยงทั่วไป เมื่อประมาณสามสิบกว่าปีมาแล้ว  ได้ผันตัวมาทำฟาร์มเพราะลองเพาะพันธุ์ปลาที่เลี้ยงไว้  แล้วได้ผลดีเลยผลิตขายปลาที่เพาะได้เมื่อส่งเข้าประกวดก็ได้รางวัลมาตลอด เป็นที่ยอมรับของนักเลี้ยงทั่วไป   จากฟาร์มเล็กๆ ในวันนั้น  ปัจจุบันโอกาตะฟาร์มก้าวกระโดไปไกล  ถ้าจัดอันดับฟาร์มใหญ่ของญี่ปุ่น  โอกาตะต้องเป็นหนึ่งในสิบ- จุดเด่นของการนำเข้าปลาจากโอกาตะ  ในแง่ธุรกิจ?คุณวิโรจน์ – ฟาร์มอื่นๆ ที่ผมเข้าไปสัมผัส   ผมรู้ด้วยความสึกว่าเขาไม่อยากให้เราคัดปลามาขายเป็นตัวๆ  อยากให้เราซื้อแบบเหมาๆ เป็นบ่อๆ ปลาดีบ้างไม่ดีบ้างรวมๆ กันฟังดูเหมือนแฟร์ๆ แต่ในความเป็นจริงมันไม่เป็นเช่นนั้น มันมีปัญหาคือถ้าปลาสวยแน่นอนว่าขายได้หมด แต่ปลาไม่สวยล่ะทำอย่างไรมันจะเป็นปลาค้างบ่อสร้างปัญหาให้กับฟาร์ม  ยิ่งมีปลาไม่สวยค้างอยู่ในฟาร์มมากๆ ยิ่งทำให้ฟาร์มดูแย่  ลูกค้าไม่ไม่เชื่อถือถ้าให้เหมาเป็นบ่อเจ้าของฟาร์มยังไม่กล้ารับประกันเลยว่ามีปลาสวยกี่ตัว  เป็นปลาไม่สวยสักห้าสิบเปอร์เซ็นต์แค่นี้ก็แย่แล้วที่โอกาตะฟาร์มเขาเปิดโอกาสให้คัดเลือกปลาได้ทุกตัว ไม่สวยสวยไม่ต้องซื้อ  ตักขึ้นมาทีละกระชอนเลือกเอาตามสบาย  สวยไม่สวยอยู่ที่การเลือกของเราเองแล้วโทษใครไม่ได้    ราคาก็ว่าว่าไปตามสภาพปลาแฟร์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย   ผมยินดีจ่ายแพงถ้าปลาสวย  จ่ายถูกแล้วได้ปลาไม่สวยอย่างนี้เปล่าประโยชน์ข้อดีอีกอย่างของโอกาตะที่ผมชอบมาก คือเขาจะเก็บปลาไว้ให้ดีลเลอร์ตัวแทนของเขาขึ้นไปคัดก่อนในรอบแรก ๆ ส่วนลูกลูกค้าขาจรได้คัดตอนหลังเขาให้เกียรติกับดีลเล่อร์มาก  เป็นโอโอกาสดีที่จะได้ปลาสวยๆ มาขาย

– ลูกค้ารายใหญ่ของโอกาตะมีประเทศอะไรบ้าง?คุณวิโรจน์ – เท่าที่ผมทราบมา   สหรัฐอเมริกานำเข้ามากที่สุดมีผู้นำเข้าหลายราย  เป็นตลาดอันดับหนึ่ง  ทางแถบยุโรปก็มี อังกฤษ,เดนมาร์ก,เบลเยี่ยม   ในเอเซียมี  ฮ่องกง,ฟิลิปินส์,อินโดนีเซีย   ที่กล่าวถึงเป็นดีลเล่อร์หลักๆ นะครับ  ที่นำเข้าปรกติผมว่าทั่วโลกนั่นแหละ- โอกาตะฟาร์มเน้นสายพันธุ์ใดเป็นพิเศษ?คุณวิโรจน์ – แรกเริ่มเน้นโคฮากุ แต่ปัจจุบันผลิตทุกประเภทไปที่นี่ที่เดียวได้ปลาครบหมดไม่ต้องเสียเวลาไปที่อื่น  แต่ปลาที่สร้างชื่อให้กับโอกาตะมากที่สุด  น่าจะเป็นซูซุย,อาซากิ โดยเฉพาะซูซุย   ถ้าเป็นปลาไซส์ใหญ่  ปลานิไซอายุสองปีขึ้นไปที่เขาเก็บไว้ขายเป็นปลาใหญ่  สวยมากๆ โทนสีจะเป็นสีส้มแดงตามลักษณะของซูซุยดั้งเดิม   เกล็ดสันหลังใหญ่กว่าฟาร์มอื่นดำขลับเรียงตัวเป็นระเบียบ และที่เด่นสุดคือส่วนที่เป็นสีฟ้าจะออกโทนสีฟ้าสะอาดมองดูโดดเด่น   ไม่เหมือนฟาร์มอื่นที่ออกโทนสีขาวซีดหรือไม่ก็เทาดำ ซูซุยของโอกาตะได้ชนะเลิศจากการประกวดงาน All Japan Koi Show เสมอ  นักเลี้ยงญี่ปุ่นเองยังกล่าวว่าถ้าจะเลี้ยงซูซุยต้องซูซุยโอกาตะ  ฟาร์มอื่นๆก็นำเอาซูซุยโอกาตะไปเป็นพ่อแม่พันธุ์- นอกจากนำปลามาขาย ทราบมาว่ายังนำอาหารของโอากาตะมาขายด้วยใช่ไหมครับ?คุณวิโรจน์ – ผมทดลองใช้อาหารปลาที่ผลิตในบ้านเราซึ่งมีข้อเด่นในเรื่องราคาไม่แพงเกินไปนัก   เมื่อเทียบกับอาหารของโอกาตะ  เห็นได้ชัดเจนว่าอาหารโอกาตะให้อัตราการโตที่ดีกว่าโครงสร้างปลาจะล่ำสมส่วน ตั้งแต่ส่วนหัว ลำตัวตลอดไปจนโคนหางในขณะอาหารในบ้านเราบางยี่ห้อทานแล้วอ้วนแต่ส่วนท้อง ท้องจะป่องห้อย   ใครที่ไม่เข้าใจจะนึกว่าปลาอ้วน   ซึ่งไม่ใช่ปลาอ้วนต้องอ้วนตลอดตัว  อ้วนแบบท้องห้อยถือว่าเป็นปลาโครงสร้างไม่ดีเป็นปลาโครงสร้างเสีย  ผมเข้าใจว่าคงมีส่วนผสมของข้าวโพดมากเกินไป  ปลากินแล้วท้องอืดเพราะย่อยยากท้องจึงบวม  หนักเข้าปลาจะไม่ค่อยว่ายกินแล้วนอนก้นบ่อในเรื่องของสีสันอาหารโอกาตะปลากินแล้วสีไม่ถอด   เพราะมีสารอาหารเยอะมากกินแล้วสุขภาพดี   สีสันก็จะดีตามไปเองโดยธรรมชาติ  อาหารที่ผลิตจากฟาร์มโอกาตะต้องเหมาะสมกับปลาโอกาตะ  เพราะทางฟาร์มเขาทดลองใช้มาแล้วได้ผลดีถ้าไม่ดีจะส่งผลเสียกับปลาโดยตรงเขาคงไม่ทำหรอกครับในเรื่องราคาก็ไม่ได้แพงกว่าอาหารยี่ห้ออื่นสักเท่าใดนัก   เลี้ยงปลาดีควรจะให้ทานอาหารดีๆ ด้วยถึงจะถูก  ให้อาหารแย่ๆ ปลาจะโครงสร้างเสียไม่คุ้มกัน-  เลือกปลาประเภทไหนเป็นพิเศษ ในการนำเข้ามาเป็นขาย?คุณวิโรจน์ – ในประเทศญี่ปุ่นปลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดมีโคฮากุ,โชว่า, ซันเก้ ในเมืองไทยก็เหมือนกัน  ทั้งสามประเภทจะขายหมดไม่มีเหลือติดฟาร์มถ้าเป็นปลาสวยนะ  และจะมีราคาสูงกว่าปลาประเภทอื่นแต่ผมนำเข้าทุกประเภทไม่เน้นอย่างใดอย่างหนึ่ง  ปลาอะไรที่โอกาตะทำผมนำเข้ามาขายหมด   ผมว่าการได้เลี้ยงปลาครบทุกประเภทมันเป็นอะไรที่สนุกมันสร้างสีสันให้กับบ่อ   แต่ถ้าถามว่าปลาประเภทไหนขายดีที่สุด   ซูซุย เอามาเท่าไหร่ขายได้หมดยิ่งเป็นปลาใหญ่ไม่พอขาย  ลูกค้าคอยถามหาตลอด- สิ่งใดคือสิ่งที่ผูกใจลูกค้าของวีคราฟมากที่สุด?คุณวิโรจน์ – น่าจะเป็นเรื่องราคานะ ผมขายไม่แพงอย่างที่บอกผมทำฟาร์มเพราะชอบเลี้ยงปลาไม่ได้หวังกำไรมากนัก บางเดือนขาดทุนเสียด้วยซ้ำ    ถ้าทำเพราะหวังกำไรผมคงปิดฟาร์มทิ้งไปนานแล้ว  ผมขายลดราคาได้ทุกตัวอยู่ที่การพูดคุยมากกว่า  ถ้าซื้อหลายตัวผมมีแถมให้  ผมขายแบบง่ายๆ ไม่มีหลักการอะไร- มองทิศทางในอนาคตของวงการปลาคาร์พจะเป็นเช่นใด?คุณวิโรจน์ – ปลาคาร์พเป็นสินค้าฟุ่มเฟื่อย    ดังนั้นอนาคตมันจึงขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ   ถ้าเศรษฐกิจดีคนก็มีกำลังทรัพย์ซื้อ   ฉะนั้นผมกล้าบอกได้เลยว่าใครที่จะคิดทำฟาร์มปลาคาร์พเพราะมองถึงผลกำไรอย่างเดียวอย่าคิดเสี่ยงทำ  ผมกำไรมันไม่ดีอย่างที่คิด  ถ้าทำก็ขอให้ทำเพราะใจรักทำแล้วมีความสุขสนุกกับมันอย่างนี้จะดีกว่า- ช่วยแนะนำเทคนิคหรือสำคัญในการเลี้ยงปลาคาร์พ?คุณวิโรจน์ – เรื่องสำคัญที่สุดที่นักเลี้ยงปลาคาร์พต้องมีคือการดูแลเอาใจใส่   เรื่องนี้สอนกันไม่ได้สำหรับผู้ที่รักปลาคาร์พจริงๆจะรู้เอง  มันเป็นอะไรที่ครอบคลุมทั้งหมด  เลี้ยงปลาคาร์พแต่ไม่ดูแลเอาใจใส่ไม่มีทางเลี้ยงปลาคาร์พได้ดี  เทคนิคการเลี้ยงอะไรก็ไม่สำคัญเท่าความรักการดูแลเอาใจใส่ปลาคาร์พเป็นปลาสวยงามมันมีความละเอียดอ่อน  คุณจะเลี้ยงแบบเลี้ยงทิ้งๆ ขว้างๆ แบบปลาช่อน ปลาดุกไม่ได้  ถ้าคิดจะเลี้ยงคุณต้องมีความรักที่จะเลี้ยงเสียก่อน  ถ้าจะเลี้ยงแบบเลี้ยงตามคนอื่น  เลี้ยงแบบกระแสแฟชั่น  อย่างนี้อย่าเลี้ยงดีกว่าเรื่องเทคนิคจริงๆนั้นแต่ละบ่อไม่เหมือนกัน  ถ้ารักดูแลเอาใจใส่มันจริงๆ คุณก็จะรู้ว่าอะไรดีอะไรเหมาะสมกับปลาในบ่อของเราจะไปฟังคนอื่นแล้วมาใช้กับบ่อเราแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้   เทคนิคบางอย่างเหมาะสมกับบ่อเขาแต่มันอาจไม่เหมาะสมกับบ่อเราก็ได้- การเลี้ยงปลาให้ได้ไซส์ใหญ่ทำอย่างไร?คุณวิโรจน์ – ที่เห็นปลานำเข้าจากญี่ปุ่นมาตัวใหญ่ๆนั้นเขาเลี้ยงในบ่อดิน  เลี้ยงในบ่อดินปลาจะโตเร็วกว่าบ่อปูน  ที่โอกาตะฟาร์มจะเลี้ยงในบ่อดินขนาดใหญ่พื้นที่เป็นไร่ต่อบ่อ   น้ำลึกหลายเมตรจะนำขึ้นมาในช่วงประกวดกับช่วงฤดูหนาว   ช่วงฤดูหนาวน้ำจะเป็นน้ำแข็งปลาไม่สามารถอยู่บ่อดินได้แต่การเลี้ยงเพื่อความสวยงามเราจะเลี้ยงในบ่อปูน   ฉะนั้นการเลี้ยงปลาในบ่อปูนให้ได้ไซส์ใหญ่นั้น อันดับแรกคุณต้องเลือกปลาสายพันธุ์ดีมาเลี้ยง    ต้องดูประวัติถึงรุ่นพ่อแม่ว่าให้ลูกชุดก่อนๆว่าเลี้ยงแล้วเป็นปลาใหญ่หรือไม่บ่อที่เลี้ยงต้องมีขนาดใหญ่  เลี้ยงในบ่อเล็กปลาโตช้ารูปทรงจะไม่ดี  น้ำต้องสะอาดมีการเปลี่ยนถ่ายเทบ่อยๆ  อาหารต้องอย่างดีมีสารอาหารโปรตีนสูง  ระดับความลึกของน้ำก็มีผลต่ออัตราการโตของปลา- วิธีเลือกปลาเล็กมาขายอย่างไรบ้าง?คุณวิโรจน์ – ไม่มีหลักการอะไรมาก   ต้องไม่เป็นปลาพิการปากเบี้ยว,ครีบแหว่ง,ตาบอด  ในส่วนของคุณภาพทางฟาร์มโอกาตะได้คัดเลือกมาให้แล้วจากลูกปลาแรกเกิดจนนำมาขาย    น่าจะเกินห้ารอบขึ้นไป เขาคัดครั้งแรกตั้งแต่ยังเป็นลูกปลาตัวเล็กๆ อายุได้3-7 วัน  ก็จะเริ่มคัดปลาครั้งแรก  โดยนำสายยางดูดทีละตัว  ในรอบแรกนี้ปลาที่ตัวเล็กกว่าตัวอื่น  จะถูกคัดทิ้งจากนั้นจะเลี้ยงในบ่อปูนจนปลาเริ่มกินอาหารเม็ดได้จะถูกนำไปเลี้ยงต่อที่บ่อดิน  เมื่อขนาดโตขึ้นได้ไซส์ 3-6 ซม. จึงตีอวนนำมาคัดอีกครั้งนี้เป็นการคัดลวดลาย  ตัวไหนลายไม่ดีจะถูกคัดทิ้ง ทำอย่างนี้อีกเป็นรอบๆ จนกระทั่งปลาได้ไซส์ 10 ซม. จึงนำมาเลี้ยงในบ่อปูนเพื่อทำการเร่งสี  แล้วจึงจำหน่ายปลาที่เหลือรอดจนนำมาขายนั้นเทียบจำนวนกับปลาแรกเกิดจะมีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น  จึงมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าเราจะได้ปลาดีมีคุณภาพมาขาย   เวลาไปคัดก็เลือกเอาจากปลาที่เรามองดูแล้วชอบเป็นหลัก- สุดท้ายนี้ช่วยให้คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงปลาคาร์พ?คุณวิโรจน์ – ผู้ที่จะเริ่มเลี้ยงขอให้ศึกษาหาความรู้  ข้อมูลต่างๆเสียก่อน    ทำความเข้าใจให้รู้จริงจนมั่นใจจึงค่อยตัดสินใจลงมือสร้าง   อย่างน้อยสุดผมว่าน่าจะได้เห็นบ่อดีๆ มีระบบถูกต้องบ้างสักครั้ง จะได้รู้ถึงรายละเอียดต่างๆ อย่างเช่นการทำสะดือบ่อ ท่อน้ำล้น  ท่อชักน้ำทิ้ง  การแบ่งช่องบ่อกรอง  การเลือกวัสดุกรองถ้าถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจโอกาสที่เกิดข้อผิดพลาดมันมี  การแก้ไขภายหลังมันยุ่งยาก ลองหาโอกาสมาดูมาศึกษาให้เข้าใจก่อนไปดูที่ฟาร์มก็ได้ง่ายดี ที่ฟาร์มเขายินดีให้คำปรึกษาอยู่แล้ว  ถ้าไม่รู้จะไปฟาร์มไหนมาที่ฟาร์มผมก็ได้  สำหรับผู้ที่สร้างบ่อไปแล้วกำลังศึกษาเรื่องปลา  ปัจจุบันฟาร์มในบ้านเราได้นำเข้าปลาสายพันธุ์ดี  จากญี่ปุ่นมาจำหน่ายให้เลือกซื้อมากมาย  ราคาถูกกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด  ราคาปลาโตไซไม่ได้แพงไปกว่าปลาไทยสักเท่าไหร่นัก  เป็นโอกาสที่ดีแล้วครับที่จะได้เลี้ยงปลานอกคุณภาพดี  ในราคาที่สามารถซื้อกันได้แบบสบายๆ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: