Posts Tagged ‘บ่อเลี้ยงปลาคาร์พ’

บ่อเลี้ยงปลาคาร์พ ฟาร์มหนองเสือ

สำหรับนักเลี้ยงปลาคาร์พระดับโปรการจะคัดเลือกปลาเข้าบ่อสักตัวนั้น   แน่นอนว่าปลาแต่ละตัวต้องผ่านคัดเลือกอย่างละเอียดพิถีพิถันที่สุด   ปลาตัวใดที่ผ่านการคัดเลือกย่อมการันตีได้ว่าต้องเป็นที่สุดแล้วในเรื่องคุณภาพสีสัน  ลวดลาย  โครงสร้างปลาคุณภาพระดับนี้หาได้จากที่ใด  มีแหล่งที่มาจากไหน  เชื่อว่าคงเป็นคำถามที่อยากรู้คำตอบกันทั้งนั้นคำตอบคงมีมากกว่าหนึ่งแต่หากบีบคำตอบให้เหลือเพียงแค่สองระหว่างปลานำเข้าจากญี่ปุ่นกับปลาผลิตในไทยโดยความเป็นจริงไม่อิงความเป็นชาตินิยม   ทุกท่านคงรู้คำตอบอยู่แล้ว   ร้อยเปอร์เซ็นต์ของนักเลี้ยงปลาระดับโปรล้วนแต่เชื่อว่าปลาที่ผลิตในญี่ปุ่นที่เรียกติดปากว่าปลานอกนั้น   มีคุณภาพดีกว่าปลาที่ผลิตในบ้านเรามาก     แต่ในในสถานการณ์อันย่ำแย่ของธุรกิจการผลิตปลาคาร์พในบ้านเราเช่นนี้    กลับมีเสียงล่ำลือว่าฟาร์มปลาคาร์พแห่งหนึ่งผลิตปลาออกมาได้คุณภาพดีเกือบทัดเทียมปลานอก ฟังแค่นี้ก็น่าสนใจแล้ว  เป็นจริงอย่างที่ล่ำลือหรือ?ลองมาคุยกับคุณเด่น  เจ้าของหนองเสือฟาร์ม  ฟาร์มปลาที่กำลังถูกกล่าวขานถึงในขณะนี้ดูครับAqua – ความเป็นมาของหนองเสือฟาร์มเกิดขึ้นได้อย่างไร   อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเด่นมาทำฟาร์มปลาคาร์พ?คุณเด่น – บอกตามตรงว่าเริ่มแรกที่คิดทำฟาร์มปลาคาร์พ ผมมองที่ผลตอบแทนครับ  ก่อนหน้านั้นเพื่อนผมที่อยู่แถบนี้ได้ทำฟาร์มปลาคาร์พมาก่อน  ส่วนตัวผมเมื่อก่อนทำนากุ้ง  ช่วงแรกเริ่มรายได้มันดี  แต่ถึงจุดหนึ่งสถานการณ์มันเปลี่ยนไปผลตอบแทนมันไม่ดีดังเดิม   เริ่มมองหาอาชีพใหม่ทดแทน   ก็ลองเข้ามาศึกษาดูที่ฟาร์มเพื่อน   เริ่มมองพอจะมองเห็นแววแล้วว่ามันเป็นอะไรที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับการเลี้ยงกุ้งจะเห็นจุดต่าง   คือเลี้ยงกุ้งผลผลิตขายเป็นกิโลแต่ปลาคาร์พขายเป็นตัว  ราคาขึ้นอยู่กับความสวยโอกาสที่เราจะทำกำไรได้มากๆ ย่อมมีความเป็นไปได้  ราคาไม่ตายตัวเหมือนเลี้ยงกุ้งพอดีว่ามีเงินทุนอยู่นิดหน่อย   เลยไปซื้อพ่อแม่พันธุ์มาหนึ่งชุด  ครั้งนั้นใช้เงินในการซื้อพ่อแม่พันธุ์ไป 500,000 บาท ผลผลิตที่ได้ในครั้งแรกๆ นั้นถ้าเป็นปลาเกรด B ราคาประมาณตัวละ 3 บาท  เกรด A ประมารตัวละ 7-10 บาทครั้งแรกๆ นั้นให้คนอื่นเพาะให้  พอมีความรู้เพิ่มขึ้นก็เพาะเอง  เปลี่ยนพ่อแม่พันธุ์ใหม่ด้วยเพราะดูออกแล้วว่าปลาสวยกับปลาไม่สวยต่างกันอย่างไร  พ่อแม่พันธุ์ชุดแรกผมขายแบบยอมขาดทุนไปในราคาแสนบาทเอง  ปลาที่เพาะได้ไปขายที่จตุจักรขายได้ประมาณ 3-4 เดือนก็เลิกขาย  มาเพาะขายส่งอย่างเดียวที่บ้าน  คือคนเริ่มรู้จักเรา อาจจะเป็นเพราะว่าปลาเราคุณภาพดีประกอบกับขายไม่แพง  ปลาสวยขายตัวละไม่เกินร้อยและโชคดีที่ลูกค้าซื้อปลาของเราแล้วส่งเข้าประกวดได้รางวัล   พอมีชื่อชื่อเสียงติดตลาดลูกค้าก็ตามมาซื้อที่ฟาร์มAqua – คุณเด่นวิเคราะห์คุณภาพปลาที่เพาะได้ อยู่ในระดับไหน?คุณเด่น – ผมเพาะไปศึกษาไปด้วยเพื่อพัฒนาคุณภาพ  ผมเทียบกับปลาที่คนอื่นเพาะมาให้ในช่วงแรกๆในเรื่องแพทเทิร์นผมได้ปลาแพทเทิร์นดีจำนวนมากกว่าเดิม  ในเรื่องของสีปลาสีสันสดสวยเข้มลงลึกมากกว่าเก่าอย่างเห็นได้ชัดAqua – คุณเด่นคิดว่าสาเหตุที่ผู้ผลิตปลาในบ้านเรา ผลิตปลาไม่ได้คุณภาพเทียบเท่าปลานอก  เป็นเพราะสาเหตุใด?คุณเด่น – ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าผู้ผลิตในบ้านเรา  ไปมองแต่รายได้   แต่ไม่กล้าลงทุนไม่กล้าซื้อพ่อแม่พันธุ์ดีๆ ทำแบบไม่ได้ศึกษาพัฒนา  ทำแบบไม่มีความรู้ เน้นปริมาณอย่างเดียว ทำด้วยใจไม่รักทำด้วยรายได้   อีกอย่างอาจเป็นเพราะขาดเงินทุนที่จะซื้อพ่อแม่พันธุ์คุณภาพดี  ใช้ปลาด้อยคุณภาพมาเป็นพ่อแม่พันธุ์  ปลาส่วนใหญ่เลยออกมาท้องป่อง  สีแตก  แคระแกนAqua – ที่นี่เน้นผลิตปลาประเภทไหนเป็นพิเศษ?คุณเด่น – เดิมทีนั้นผมทำทุกประเภท  เพราะว่าผมเริ่มต้นมาจากปริมาณไม่ใช่คุณภาพ   แต่พอพัฒนามาถึงจุดนี้  ผมเน้นปลาหลักครับ  ที่ทำได้คุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่พอใจก็คือซันเก้,โคฮากุ  ผมพอใจกับโครงสร้างและสีสัน   ส่งเข้าประกวดแล้วได้รางวัลยิ่งทำให้ผมมีกำลังใจที่จะพัฒนาคุณภาพ  ให้ดียิ่งขึ้นAqua – เทคนิคพิเศษ   ที่พอจะเผยแผ่เป็นความรู้?คุณเด่น – ไม่มีเทคนิคพิเศษอะไร  เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการเลือกพ่อแม่พันธุ์มากถึงมากที่สุด  จากประสบการณ์ของผม  ผมเชื่อว่าปลาที่คุณภาพดีนั้น 80 % มาจากพ่อแม่คุณภาพดี อีก 20% อยู่ที่ขั้นตอนการเลี้ยง ถ้าพ่อแม่คุณภาพไม่ดีลูกออกมามันก็เหมือนกับพ่อแม่นั่นแหละแม่พันธุ์ต้องเน้นที่โครงสร้าง   โครงสร้างต้องสุดยอดและไซส์ควรจะ 6- 8 ไม่จำเป็นต้องแพทเทิร์นสวยขอให้ผิวพรรณดีเป็นใช้ได้  ส่วนตัวผู้ให้เน้นสีจัดๆ ไซส์5-6 ก็พอ  ถ้าใหญ่มากมันจะไม่ปราดเปรียวไล่ปลาตัวเมียไม่ทันผมใช้แม่พันธุ์หนึ่งตัวต่อพ่อพันธุ์หกตัว  คนอื่นอาจจะใช้น้อยกว่านี้  ที่ผมใช้ตัวผู้เยอะมันมีสาเหตุ   อย่างถ้าแม่พันธุ์ไซส์แปดที่สมบูรณ์เต็มที่ปริมาณไข่ที่ออกมาอย่างน้อยต้องแปดแสนขึ้นไปจนถึงหลักล้านแน่นอนถ้าใช้ตัวผู้แค่  2-3 ตัว  ผมว่าน้ำเชื้อไม่พอที่จะผสม  ไข่อาจเสียหายเยอะ  เมื่อได้ไข่แล้วต้องขยายเพิ่มจำนวนบ่อให้หลวมไม่แออัด  ไม่เช่นนั้นอัตราการตายจะสูงมากAqua – คุณภาพน้ำมีผลหรือไม่?คุณเด่น- ต้องคอนโทรลน้ำให้ดีทำน้ำให้สวย   ผมหมายถึงน้ำใสน้ำสะอาด  ถ้าไม่ใสก็ขอให้เป็นสีเขียว  ถ้าน้ำขุ่นโคลนปลาจะสีไม่สด  ซีดเบลอ สีปลาไม่ลงลึกลงไปในผิวAqua – ปลาที่ผลิตได้สามารถทำราคาได้ดีหรือไม่?คุณเด่น – ราคาใช้ได้เลยครับแต่ทั่งนี้ต้องอยู่ที่คุณภาพของตัวปลาเองด้วย  ของผมผมจะแบ่งเป็นเกรดว่ากันตามความสวยเรื่องไซส์ไม่หนีกันเท่าไหร่ตัวที่สวยสุดยอด  ผมเคยทำราคาได้ถึง 10,000 บาทคุณภาพเทียบเท่าปลานอกจากฟาร์มดังที่ราคาหลายหมื่นบาทผมว่าถ้าเราตั้งใจทุ่มเทให้กับมัน  ใช้ความรู้และพัฒนาคุณภาพอยู่ตลอดไม่หยุดนิ่ง  สักวันเราก็สามารถทำได้ดีเท่ากับปลานอก  และเมื่อนั้นมันให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าทีเดียว
Advertisements

บ่อเลี้ยงปลาคาร์พ

การสร้างบ่อปลาแฟนซีคาร์พไม่มีขนาดและรูปทรงที่แน่นอน แต่มีข้อแม้ว่าบ่อกรองควรมีขนาดหนึ่งในสามของบ่อเลี้ยง เพื่อประสิทธิภาพในการกรองที่ดี ความลึกของน้ำที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงปลาแฟนซีคาร์พคือ 80-150 ซม.(ขึ้นอยู่กับขนาดของ ปลาที่จะเลี้ยง) และขอบบ่อควรสูงกว่าระดับน้ำในบ่อ 20-30 ซม. ถ้าเป็นบ่อแบบขุดลงดินขอบบ่อก็ควรสูงกว่าพื้นดินไม่น้อยกว่า 30 ซม. เพื่อป้องกันน้ำท่วมบ่อ ก้นบ่อควรเทพื้นให้ลาดเอียง 20-30 องศา จากริมก้นบ่อโดยรอบเข้าหาใจกลางบ่อที่เป็นเป็นตัว U และสะดือบ่อที่อยู่ใจกลางบ่อก็ควรมีขนาดที่ไม่เล็กจนเกินไป และอาจมีได้หลายสะดือ ถ้าบ่อมีขนาดใหญ่มากๆ หรือมีส่วนที่เว้าเยอะ วัสดุในบ่อกรองให้ใช้หินกรองสามขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ ปั๊มน้ำก็ควรใช้ที่เงียบ และแรงเหมาะสมกับขนาดบ่อ บ่อทรงกลมจะช่วยให้ไม่ต้องใช้ปั๊มน้ำขนาดใหญ ่เพื่อให้น้ำในบ่อหมุน เพราะถ้าน้ำหมุนก็จะทำให้ขี้ปลาไปรวมที่ก้นบ่อเร็ว และจะลงไปในสะดือไปที่บ่อกรองได้ง่าย ที่ตั้งของบ่อก็ควรให้มีแดดส่องถึง อย่างน้อยวันละ  3  ชั่วโมง  หรือให้แสงส่องลงบ่อประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์
1. บ่อเลี้ยงแบบบ่อกรองและบ่อเลี้ยงอยู่บนดิน
บ่อแบบนี้จะสะดวกต่อการจัดการ เพราะน้ำที่มาจาก สะดือบ่อเลี้ยง จะมาที่บ่อกรอง โดยตรง ไม่ต้องใช้การปั๊มจากบ่อพัก มาบ่อกรอง และการล้างบ่อกรองก็ง่ายเพราะบ่อกรองอยู่บนดิน เพียงแค่เปิดวาล์วที่ทำไว้กันบ่อกรองต่อกับสะดือบ่อกรองทุกห้อง โดยใช้วิธี ล้างกลับ (Reverse Flow) โดยการให้น้ำไหลจากด้านบนกลับไปที่ด้านล่างจนกว่าน้ำจะใส ประมาณปีละ2-3 ครั้งขึ้นอยู่กลับปริมาณปลาและการให้อาหาร ข้อสำคัญก้นบ่อกรองจะต้องเทลาดเอียงทุกห้อง และมีสะดือบ่อเหมือนบ่อเลี้ยง ให้ตะกอนมารวมกันเพื่อง่ายต่อการกำจัด
2. บ่อเลี้ยงแบบบ่อกรองและบ่อเลี้ยงอยู่ในดิน
วิธีสร้างบ่อกรองแบบนี้ไม่สามารถทำวาล์วไว้ที่ก้นบ่อ ได้เหมือนสองวิธีแรกได้ เพราะระดับน้ำของก้นบ่อกรอง อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินปกติ ดังนั้นจึงต้องทำก้นบ่อกรองให้ลาดเอียงไปทางด้านช่องของน้ำล้น เข้า ที่ไม่ได้ใส่วัสดุกรองของแต่ละช่อง และช่องว่างของช่องน้ำล้นเข้าต้องกว้างพอที่จะใส่ปั๊มน้ำลงไปได้ เพราะเมื่อต้องการล้างบ่อกรอง โดยใช้ วิธีการล้างกลับ (Reverse Flow) โดยการให้น้ำไหลจากด้านบนกลับไปที่ด้านล่างจนกว่าน้ำจะใสนั้น จะต้องใช้ปั๊มน้ำเป็นตัวดึงน้ำออกแทนการเปิดวาล์วแบบสองวิธีแรก
3. บ่อเลี้ยงแบบบ่อกรองอยู่บนดินและบ่อเลี้ยงขุดลงในดิน
วิธีสร้างบ่อกรองใช้เหมือนวิธีแรกแต่บ่อพักต้องสร้างลึก ลงไป ให้ เท่ากับก้นบ่อเลี้ยง แล้วใช้ปั้มน้ำปั้มน้ำจากบ่อพัก มาบ่อกรอง ขนาดของบ่อพัก ไม่จำกัดจะใหญ่หรือเล็กก็ได้ การล้างบ่อกรองก็เหมือนวิธีแรก