Posts Tagged ‘ฮิการิโมโยโมโน’

ฮิการิโมโยโมโน ( Hikarimoyomono )

ฮิการิโมโยโมโน  ( Hikarimoyomono ) ปลาคาร์พที่นำมาเสนอในคราวนี้มีชื่อว่า “ฮิการิโมโยโมโน” เป็นปลาประเภทที่สองในกลุ่มฮิการิโมโน  ซึ่งมีทั้งหมดอยู่สามประเภทด้วยกัน  ชื่อของมันเหมือนกับฮิการิมูจิโมโนที่แนะนำไปแล้ว ครานี้เพียงแต่เปลี่ยนจากคำว่า “มูจิ”เป็น“โมโย”นอกนั้นเหมือนกัน “ฮิการิ”กับ”โมโน”รู้แล้วว่าหมายถึงอะไร ขออธิบายคำว่า “โมโย” แค่คำเดียวก็แล้วกัน  คำนี้มีหลายความหมายนะครับ  แต่ถ้าใช้กับปลาคาร์พหมายถึงแพทเทินส์ลวดลายที่ปรากฏ  ดังนั้นฮิการิโมโยโมโนจึงเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับฮิการิมูจิโมโนฮิการิมูจิโมโนหมายถึงปลาคาร์พสีเดียวทั้งตัว  มีผิวมันเงาแวววาว  เมื่อรู้จักความหมายของชื่อฮิการิมูจิก็ทำให้ทราบโดยอัตโนมัติว่า  ฮิการิโมโยโมโนต้องเป็นปลาคาร์พผิวมันเงาที่มีสองสีขึ้นไปอย่างแน่นอนคาดคะเนเอาจากความคิดผมเอง  เชื่อว่าฮิการิโมโยเป็นปลาที่ได้รับความนิยมเบียดเสียดคู่คี่ดู๋ดี๋ กับฮิการิมูจิแบบกินกันไม่ลง   สังเกตเอาจากบ่อเลี้ยงแทบทุกบ่อที่เคยไปเยี่ยมเยือน   บ่อไหนถ้ามีมูจิก็จะมีโมโยแหวกว่ายตีคู่เคียงข้างเสียทุกบ่อไป  ความนิยมของนักเลี้ยงปลาคาร์พบ้านเราที่มีให้กับปลาผิวเงา ไม่น้อยไปกว่าปลายอดนิยมโคฮากุ,ซันเก้,โชว่า,อูจึริ เลยนะครับความมันเงาของปลาฮิการิ   เป็นอะไรที่เรียกร้องความสนใจจากมือใหม่หัดขับได้อย่างชะงัด  อย่างเราๆท่านๆ ที่เลี้ยงปลามานานอาจรู้สึกเฉยๆ  แต่กับมือใหม่ซึ่งก่อนหน้าคุ้นเคย กับช่อนแป๊ะซะ ปลาดุกย่าง ปลาหมอฉู่ฉี่ ที่พูดมาล้วนแต่ผิวดำปี๋ไม่มีความน่าพิศมัย  พอมาเจอปลาที่ผิวมันสะท้อนแสบตาอย่างนี้ คงไม่แปลกหรอกครับที่จะร้องอุทาน โอพระเจ้า..จอร์จ มันเยี่ยมอะไรอย่างนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าหากมีใครเอาโอกอนหรือไม่ก็แพลตินั่มสักตัว  ไปปล่อยในบ่อในบึงแถวบ้านนอก  เอาไม่ใกล้ไม่ไกลแถวๆ ชลบุรีบ้านผมก็ได้  วันดีคืนดีมีใครไปเหวี่ยงแหติดขึ้นมา ร้อยเอาสิบ.. ไม่ใช่ดูถูกภูมิปัญญาคนไทย  งานนี้มีจุดธูปขอหวย  ดีไม่ดีเจ้าปลาซวยมีสิทธิโดนขูดเกล็ดถลอกปอกเปิงหาตัวเลข คิดแล้วเสียวแทนวุ๊ยส์!  ทางด้านฝรั่งมังค่าผู้เจริญแล้วก็ใช่ย่อย  ความนิยมชมชอบในปลาเงาไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากะเหรี่ยงไทยอาจจะแซงหน้าเสียด้วยซ้ำไปจากสถิติจากที่ทราบมาจากฟาร์มปลาที่ญี่ปุ่น  ฝรั่งมั่งค่านี่แหละที่ออเดอร์ปลาผิวมันไปขายมากที่สุด คาดว่าป่านนี้ปลาฮิการิโมโนคงไปว่ายส่องแสงแสบตา ครึ่งค่อนทวีปยุโรปแล้วกระมัง ที่พล่ามมาทั้งหมดนี่เพียงแค่จะยืนยันว่าฮิการิโมโย   เป็นปลาที่สวยงามได้รับความนิยมจากนักเลี้ยงไม่น้อยไปกว่าปลาหลักครับชนิดย่อยของฮิการิโมโยโมโนไม่พูดพล่ามทำเพลง  บรรเลงกันเลยครับ  แต่ขอเล่าสู่กันฟังกับย่อยชนิดที่เป็นที่รู้จักและนิยมเลี้ยงกันโดยทั่วไป ที่นอกเหนือจากที่นำมาเสนอในวันนี้  ผมว่าไม่ค่อยมีใครสนใจ ไม่เห็นมีใครพูดถึงกันสักเท่าไร บางชนิดเคยได้ได้ยินแต่ชื่อ  เคยเห็นแต่ในรูปภาพ  แถมยังเป็นภาพวาดเสียด้วยซ้ำ  ตัวตนจริงมีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้  แต่กับชนิดแรกนี้  ขอบอกว่าเด็ดสะระตี่   ถ้าพูดถึงฮิการิโมโย แล้วไม่พูดถึงมัน   คงต้องเอาหัวไปโขกต้นมะพร้าวตายเชียวล่ะครับคุจากุ เขาผู้นี้ล่ะครับพระเอกของท้องเรื่อง  ขวัญใจแม่ยกตลอดกาล เป็นปลาที่ทำให้ฮิการิโมโยเชิดหยิ่งใส่โกซันเก้ ได้อย่างลอยหน้าลอยตา  เป็นปลาที่ใครๆ ก็ไม่อยากพลาดที่จะมีไว้ประดับบ่อ ความสวยงามไม่เป็นสองรองใครทั้งสิ้น  นี่พูดจริงตามเนื้อผ้า ไม่ใช่พูดเอออ..ห่อหมกเอาเอง  สาบานได้คุจากุ  แปลว่านกยูง ฟังจากชื่อก็กินขาดแล้วครับท่าน  และก็ไม่ใช่นกยูงธรรมดาเสียด้วย ต้องเติมทองต่อท้ายด้วยครับ   นกยูงทองถึงจะเหมาะสมกับความงามของมัน    เป็นไงครับฟังชื่ออย่างเดียวก็ต้องรู้เองแล้วว่าไม่ธรรมดา  ฉายานี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ขอบอก  ถ้าไม่เจ๋งจริงมีหรือที่จะได้ฉายานกยูงทอง คุจากุเป็นปลาฮิการิที่มีสีพื้นเป็นสีเทาเงินหรือสีตะกั่วมันเงา ไม่ใช่สีทองคำขาวแบบแพลตทินั่ม  บางท่านเรียกว่าสีเงินแต่ผมว่าพูดให้นึกภาพออกเสมือนจริง  สีเทาสีตะกั่วดูจะใกล้เคียงกว่า  แต่อาจจะฟังแล้วไม่เพราะเท่าสีเงิน ไม่เป็นไรอย่าไปใส่ใจมันมาก   รู้แต่ว่าสีพื้นของมันสวยงามมากเท่านั้นพอประกอบกับที่มันมีฮิแพทเทิร์นเช่นเดียวกับโคฮากุ มันก็เลยยิ่งสวยสะเด็ดยาดไปใหญ่ แบบว่ากู่ไม่กลับแล้วงานนี้  อ้อ..อย่าลืมนะครับถึงแม้จะไม่ได้พูดก็ต้องรู้เองนะครับ  ว่ามันต้องมีเกล็ดฟูกุรินตามแบบฉบับของฮิการิโมโย    นักเลี้ยงญี่ปุ่นเปรียบเทียบไว้ว่าฟูกุรินของยามาบูกิโอกอนเปรียบประดุจทองคำ   ฟูกุรินของแพลตทินั่มเปรียบประดุจทองคำขาว  ฟูกุรินของคุจากุเปรียบประดุจดังสีของเงิน  เปรียบเทียบกับของมีแพงทั้งนั้น  ตอนนี้ทองตกบาทละหมื่น ใจยังนึกว่าช่วงไหนใส้แห้ง จะลองอุ้มโอกอนไปโรงจำนำดูสักที  คงเปลี่ยนเป็นเงินได้โขอยู่  ถ้าไม่โดนเฮียถีบกระเด็นเสียก่อนนะด้วยว่าสีพื้นของคุจากุมีความมันเงา  จึงพาให้ลวดลายสีแดงมีความโดดเด่นสะดุดตาไปด้วยเป็นสีแดงที่สวยมากๆ บางคนเปรียบเปรยสีแดงของคุจากุไว้อย่างน่าฟังว่า  แดงประดุจดังสีของทับทิม ฟังดูแล้วเว่อร์เกินไปเปล่าเนี่ย.. เปรียบเทียบอย่างนี้เหมือนจงใจเกทับสีทองคำของโอกอนกับทองคำขาวของแพลตทินั่ม  นี่ว่าถึงตัวที่มีสีแดงจัดจริงๆ ซึ่งก็หายากพอควร  ส่วนใหญ่จะพบเห็นที่เป็นสีแดงอมส้มเสียเยอะจำได้ว่าสมัยก่อนคุจากุที่ไม่มีสีแดงปกคลุมที่บริเวณหัว  จะเป็นที่นิยมของนักเลี้ยง  คงต้องการเน้นความเงางามของสีพื้นแบบเน้นๆเนื้อๆ ไม่เจือไขมัน   ก็ดูดีนะครับเวลาที่มันว่ายขึ้นมากินอาหาร   สีเทาเงินที่หัวดูโดดเด่นชัดเจนตื่นตาน่ามองดีโผล่หัวขึ้นมาฮุบอาหารแต่ละครั้งนาทีนั้นโคฮากุยังต้องชิดซ้ายตกขอบเวที แต่แฟชั่นปัจจุบันเปลี่ยนไป หันมานิยมที่ตรงกันข้ามต้องมีแพทเทินส์แดงที่หัวถึงจะจ๊าบ  ให้ดูเหมือนกับโคฮากุแพทเทินส์ กับโชว่า,ซันเก้ก็เหมือนกันจะเน้นอิงกับโคฮากุเข้าว่า  หน้าต้องมีสีแดงไว้ก่อน  คุจากุที่ไม่มีสีแดงที่หน้าจึงถูกมองว่าเป็นปลาหัวล้านไปซะฉิบ  อันนี้ก็ว่ากันไปตามแฟชั่นแต่ละยุคสมัยอ่ะนะ..คุจากุถือกำเนิดในราวๆ ปี 1960 เกิดหลังฮิการิมูจิอยู่หลายปีทีเดียว  ต้นกำเนิดของคุจากุก็มาจากฮิการิมูจิครับ  ในบันทึกได้กล่าวไว้ว่าผู้ที่ทำการเพาะพันธุ์คุจากุได้เป็นคนแรกคือนายโคจิโอะ  อิราซาว่า แห่งมินะมินิโกโระ,โอจิยะ  โดยจุดประสงค์แรกเริ่มนายโคชิโอะต้องการพัฒนาพันธุ์โอกอนจากเดิมที่มีสีเดียว   ให้มีลวดลายหลากสี  ก็เลยนำเอาโฮกอนยืนพื้นแล้วนำปลาอื่นอย่างอาซากิ,ซูซุย มาผสม  ลองผิดลองถูกอยู่นานมาสัมฤิทธิ์ผลเอากับมัตจึบะโอกอนจับคู่กับซูซุยสันนิฐานว่าที่เห็นสีดำปรากฏอยู่ในคุจากุเสมอ คงมาจากพัธุกรรมของมัตจึบะนี่เอง (มัตจึบะคือโอกอนที่มีสีดำเหลื่อมอยู่ในเกล็ด) ในยุคแรกที่เพาะได้นั้นก็มีคุจากุที่เป็นปลาด๊อยส์ออกมาด้วยเป็นลักษณะที่ได้มาจากซูซุย  นายโคชิโอะได้ตั้งชื่อปลาที่เขาผลิตได้ว่าคุจากุ  อันมีความหมายว่านกยูงอย่างที่บอกว่าคุจากุเป็นปลาที่มีเกล็ดแบบฟูกุริน  ถอดแบบมาจากโอกอน   และส่วนหนึ่งก็เป็นปลาด๊อยส์ที่ได้รับพันธุกรรมมาจากซูซุย   แต่ที่นิยมเป็นที่รู้จักของนักเลี้ยงทั่วไปเป็นปลาฟูกุรินครับ  ปลาด๊อยส์แทบจะไม่มีใครกล่าวถึงเลย คุจากุที่เป็นฟูกุรินเป็นปลาที่ได้รับการพัฒนาสายพัฒนาสายพันธุ์ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อนเนื่องจากได้รับความนิยมจากนักเลี้ยงเป็นอย่างสูง   ปัจจุบันเปรียบเทียบกันแล้วจะพบเห็นคุจากุธรรมดามีโครงสร้างดีกว่าปลาด๊อยส์ ปลาด๊อยส์ที่พบเห็นเป็นปลาที่ผลิตอกมาแต่ส่วนน้อย ในการเพาะพันธุ์แต่ละครั้งในชุดพ่อแม่พันธุ์จะใส่ปลาด๊อยส์ลงไปด้วย  แต่ที่หวังผลจริงก็ยังเป็นปลาฟูกุรินฮาริวาเก้ อีกหนึ่งดาวเด่นที่มีชื่อเสียงของฮิการิโมโย  ครั้งหนึ่งเจ้านี่เคยเป็นปลาตัวโปรดของผม จำได้ว่าหมดเงินกับมันไปมากพอสมควรทีเดียว  ซื้อๆ เปลี่ยนๆ สุดท้ายก็ไม่ได้ดีสักตัว มันเป็นปลาที่สวยมากนะ แต่ไม่ค่อยมีคนเลี้ยง อ่ะ..พูดไงวะ  ขึ้นต้นวะดูดีแต่ปิดท้ายบอกว่าไม่ค่อยมีคนเลี้ยง  ฟังแล้วแหม่งๆ หูชอบกล  ตกลงมันสวยหรือไม่สวยกันแน่  สวยครับสวย  แต่แบบว่าออกจะเป็นปลาหายากสักหน่อยหมายถึงที่สวยจริงๆ จะหาได้ยากกว่าคุจากุ  ที่ไม่สวยหรือสวยระดับพอดูได้แบบทั่วไปไม่ยากที่จะหาทำยา  สมัยก่อนในบ้านเราเพาะออกมาขายเยอะแยะเลย ที่จตุจักพอเห็นได้ทุกอาทิตย์ แต่ปัจจุบันหาได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่าไม่รู้  ระยะหลังมาคลุกคลีกับปลานอกตามฟาร์ม เลยไม่ได้ย่างกรายไปสำรวจตลาดจตุจักรสักเท่าไหร่เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้บอกมือใหม่หัดขับเลยว่า  ลักษณะพื้นฐานของฮาริวาเก้เป็นยังไง มันเป็นปลาที่มีพื้นสีขาวแพทเทินส์สีเหลือง  ลองนึกภาพโคฮากุที่มีฮแพทเทินส์เป็นสีเหลืองก็แล้วกัน ยังไงยังงั้นเลยทีเดียวเชียวแต่กรุณาอย่าไปเหมารวมเอากับโคฮากุที่มีสีซีซีดจาง  จนดูเหมือนเป็นสีเหลืองนะครับ  มันคนละเรื่องเดียวกัน อาจเป็นด้วยว่าปลาคาร์พเกือบทั้งหมดมักจะมีสีแดง  นานเข้าเลยเห็นเป็นของปรกติชินตาพอมีแปลกแหวกแนวเป็นสีเหลืองขึ้นมา  ก็เลยทำให้มันดูเด่นดูสวยมีคุณค่าขึ้นมาโดยอัตโนมัติก็ได้ชื่อฮาริวาเก้อาจจะไม่ค่อยได้ยินบ่อย  ไม่คุ้นหูเหมือนชื่อปลาอื่นๆ  เป็นเพราะว่าถ้าเป็นปลาที่สวยจริงๆ จะหายาก  ยากกว่าโคฮากุ,โชว่า,ซันเก้ นักเลี้ยงก็เลยไม่ค่อยพูดถึงมัน  ผลิตออกมาขายก็น้อยที่พูดมาก็ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดที่มันไม่ได้รับการตอบรับจากนักเลี้ยงเท่าไรนัก ผู้สันทัดกรณีได้ให้เหตุผลถึงสาเหตุอีกประการหนึ่งไว้อย่างน่าคิด  ว่าไม่ใช่ว่าไม่มีใครชอบหรือว่ามันไม่สวย   แต่ที่ให้ความสนใจน้อยหรือถึงกับไม่อยากเลี้ยงเพราะว่ามันเลี้ยงยาก  ผู้สันทัดกรณีคนเดิม  (คนไหนก็ไม่รู้ ผมยกเอามาอ้างเรื่อยเปื่อย)  ยังลงความเห็นแบบฟันธงว่าการเลี้ยงฮาริวาเก้ให้ได้ดีไม่ใช่เรื่องขี้ไก่นะจ๊ะ  ขอบอก..ฟังจากนักเลี้ยงผู้มีประสบการณ์โดยตรงในการเลี้ยงฮาริวาเก้รวมทั้งผมเองด้วย  มีความเห็นเดียวกันเลยว่า  จะเลี้ยงให้ดีให้สีเหลืองอ๋อย  ต้องแสงสว่างเพียงพอเลี้ยงกลางแจ้งได้ยิ่งเจ๋ง  ฮาริวาเก้ไม่ใช่แด๊กคิวร่าที่ไม่ชอบแสงแดด   ถ้าเลี้ยงในที่แสงน้อยแดดส่องไม่ถึงมืดสลัว สีถอดสถานเดียวอีกอย่างเป็นปลาใจเสาะเสียด้วยนะ   เจอสภาพน้ำที่ไม่ถูกอกถูกใจพลอยแต่จะถอดสีเอาเสียดื้อๆ  เขาว่ากันอีกเหมือนกันว่ามันเป็นปลาขวัญอ่อนถ้าเกิดตกอกตกใจกระทันหัน  จากเหลืองอ๋อยจะกลายเป็นเหลืองซีดเหมือนเป็นดีซ่านโดยอัตโนมัติ  จริงหรือไม่จริงไม่รู้เหมือนกันไม่มีประสบการณ์ แต่ที่แน่ๆ รู้แต่เพียงว่าฮาริวาเก้สีต้องเหลืองจัดถึงจะสวย   ถ้าสีถอดซีดสีจางบอกได้คำเดียวว่าเห็นแล้วเซ็งโคตร  สีเหลืองจัดเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับฮาริวาเก้อย่างที่สุด   ด้วยว่าเป็นปลาพื้นขาวแพทเทินส์เหลือง  ซึ่งธรรมชาติของสีขาวกับสีเหลืองเป็นสีที่ไม่ได้ตัดกันชัดเจนนัก  ถ้าเป็นสีขาวกับสีแดงของโคฮากุจะดูตัดกันโดดเด่นกว่า  สรุปถ้าฮาริวาเก้ถ้าไม่เหลืองอ๋อยแล้วไซร้  จบเห่สถานเดียวและถ้าพูดถึงฮาริวาเก้ก็ต้องพูดถึงฮาริวาเก้ที่เป็นปลาด๊อยส์  เป็นอะไรที่เข้ากันดีดั่งกิ่งทองใบหยก ห่อหมกใบยอ  ตรงกันข้ามกับคุจากุนะครับ  คุจากุจะนิยมปลาเกล็ดธรรมดามากกว่า ฮาริวาเก้ที่เป็นปลาเกล็ดธรรมดาไม่ค่อยจะเป็นที่นิยมนัก   แทบจะไม่มีใครพูดถึงเลยก็ว่าได้ มีบางครั้งที่พูดออกไปคนฟัง งง! มีด้วยเหรอ! ไม่ยักกะรู้ว่ามีตัวตนอยู่จริงๆ นะเนี่ย ว่าไปนั่น.. สรุปว่าถ้าพูดถึงฮาริวาเก้ก็ต้องพูดถึงปลาด๊อยส์สถานเดียวฮาริวาเก้ที่ดีควรอยู่ในรูปแบบโคฮากุแพทเทิร์น    ถ้ามันมีลวดลายแบบโคฮากุรับรองว่ามันสวยแน่  แต่มันจะมีอย่างที่ว่าสักกี่มากน้อย   ที่เจอส่วนมากลายขาดๆ เกินๆ จะเอาสวยแบบโคฮากุ อาจต้องใช้เวลาหากันหนวดหงอกล่ะจ้ะกว่าจะเจอสักตัวยาโมโตะนิชิกิ ชื่อฟังดูแปลกแท้ที่จริงแล้วซันเก้นี่เอง พอมีผิวมันเงาขึ้นมาหน่อยชื่อยาวร่วมกิโล ยาโมโตะนิชิกิมีทั้งที่เป็นปลาเกล็ดและปลาด๊อยส์  บางท่านเรียกซันเก้ที่มีผิวมันเงาที่เป็นปลาเกล็ดว่า แพลตทินั่มซันเก้ ฟังแล้วเห็นภาพชัดเจนเลยครับ  และเรียกที่เป็นปลาด๊อยส์ว่าฮิคาริซันเก้ ฟังแล้วก็ไม่ต้องบรรยายภาพอีกเช่นกัน นักเลี้ยงบ้านเราเรียกทั้งแบบด๊อยส์แบบเกล็ดเหมารวมหมดว่ายาโมโตะนิชิกิ  ไม่มีการแบ่งแยก  และก็จะเรียกสั้นๆว่ายาโมโตะเฉยๆ ด้วยอีกต่างหาก  เปรียบคู่มวยระหว่างยาโมโตะกับฮาริวาเก้  ฮาริวาเก้ชื่อเสียงเรียงนามน่าจะคุ้นหูคุ้นตาคนไทยมากกว่านิดนึง   ฮาริวาเก้สวยก็ว่าหาได้ไม่ง่ายแล้วนะ   ยาโมโตะสวยๆโครงสร้างดีๆ กับหายากยิ่งกว่าและถ้านำไปเปรียบเทียบกับคุจากุเจ้าตำรับแห่งฮิการิโมโย  ทั้งยาโมโตะและฮาริวาเก้จะหาได้ยากกว่าครับเท่าที่ทราบข้อมูลจากเซียนยุ่น  ฟาร์มใหญ่จะไม่นิยมผลิตส่วนใหญ่จะเป็นปลาจากแถบนิกาตะคิคูซุย โม้ไปโม้มาเกือบลืมเจ้านี่เข้าให้แล้วไหมล่ะ  ถ้าไม่พูดถึงมันต้องบอกว่าพระเอกตกม้าตายตอนจบที่จริงต้องพูดถึงมันเป็นอันดับสองรองจากคุจากุเสียด้วยซ้ำ  ถ้าเรียงลำดับตามความสำคัญในฮิการิโมโย  ต้องยกให้คุจากุเป็นพระเอก  ส่วนตำแหน่งนางเอกก็ต้องให้คิคูซุยนี่แหละ ยาโมโตะกับฮาริวาเก้เป็นตัวประกอบคิคูซุย ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงดอกไม้ชนิดหนึ่ง  ไม่แน่ใจว่าจะเป็นชนิดเดียวกับดอกเบญจมาศบ้านเราหรือเปล่า  รูปปแบบของคิคูซุยไม่มีอะไรเลยจริงๆ ครับท่านผู้ชม  โคฮากุขาวแดงดีๆ นี่เอง  แต่มีผิวเป็นมันเงาในรูปแบบของปลากลุ่มฮิการิ    และก็เหมือนกับยาโมโตะและฮาริวาเก้   โคฮากุในกลุ่มฮิการิมีทั้งที่เป็นด๊อยส์และเกล็ดที่เป็นปลาด๊อยส์มีชื่อเต็มยศจริงๆ ว่า  แพลตทินั่ม-โคฮากุ-ด๊อยส์  ซึ่งก็คือคิคูซุยที่เรากำลังพูดถึงนี่แหละครับ  ดีแล้วที่เรียกสั้นๆ ว่าคิคูซุย  ถ้าให้เรียกเต็มยศคงไม่ไหว   แบบที่เป็นเกล็ดธรรมดามีชื่อเรียกว่า แพลตทินั่ม-โคฮากุ  แต่เราจะไม่พูดถึงมันข้ามมันไปเลยครับ  นักเลี้ยงให้ความสำคัญกับมันน้อยมากแทบจะไม่มีใครพูดถึงก็ว่าได้จำไว้ว่าคิคูซุยของจริงของแท้ต้องปลาด๊อยส์เท่านั้นคิคูซุยที่ดีส่วนที่เป็นสีพื้นต้องขาวสะอาดเป็นมันเงาทั้งหัวทั้งตัว  ไม่มีสีดำมาเจือปน รวมทั้งครีบด้วย  ในเรื่องของแพทเทินส์ไม่ต้องคิดอะไรมาก ให้เหมือนกับโคอากุมากที่สุดนั่นแหละดีที่สุด  แต่ว่าจะหาได้หรือเปล่าอันนี้สิสำคัญ  ข้อดีอย่างนึงของคิคูซุยคือลวดลายที่บริเวณหัว เราจะไม่เจาะจงว่าต้องมีเหมือนโคฮากุ ถ้าเป็นโคฮากุเราจะถือเป็นกฏตายตัวเลยว่าต้องมีสีแดงที่หัว  ไม่มีไม่ได้  ไม่มีถือว่าเป็นปลาหัวล้านเป็นกาลกิณี  ไม่ต้องถึงกับไม่มี  แค่มีน้อยก็ติติงแล้วว่าเป็นพวกแปดแสนใกล้ล้านคือหัวเถิก  แต่กับคิคูซุยยังไงก็ได้มีก็ดีถือว่าตรงตามตำราโคฮากุจ๋า  ถ้าไม่มีเลยก็ดีอีกเช่นกันจะได้โชว์ความมันเงาของสีเงินอย่างเต็มที่  เหมือนกับปลาโอกอนไปเลยข้อดีอีกอย่างคือคิคูซุยมักจะไม่มีปัญหาเรื่องคิว่า,ซาชิ   ส่วนใหญ่แล้วคิคูซุยจะมีขอบแพทเทินส์ที่คมทั้งคิว่าและซาชิ   อันนี้เป็นลักษณะธรรมดาของปลาด๊อยส์ซึ่งยากที่โคฮากุธรรมดาจะทำได้คงต้องจบกันแค่นี้แล้วมั้งท่านผู้ชม  ว่ากันแบบเนื้อๆ เน้นๆ ไม่มีไขมัน  ที่รู้จักคุ้นเคยกันอยู่แค่นี้  นอกเหนือที่นอกเหนือไปจากนี้ไม่มีใครพูด   ถึงบางชนิดหาดูยากด้วย ถ้าเอามาพูดมาเขียนถึงทั้งหมดคงไม่ไหว ปลาหยุมหยิม  ของฮิการิโมโยมีเยอะแยะมากกว่าเขาเพื่อน ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องไปรู้จักเสียทั้งหมด  ฟังแค่ชื่ออย่างเดียวก็เวียนหัวแล้ว   ยกตัวอย่างให้ฟัง  คินซุย,กินซุย,โชฉิคูบิ,ซากูระโอกอน,โตร่าโอกอน,กินเบคโกะ,กินซากุระโมมิยิโอกอน  และอีกบานเบอะ  อยากรู้ต้องไปหาตำราญี่ปุ่นมาอ่านเองแล้วกันครับ
Advertisements