Posts Tagged ‘Hikarimujimono’

ฮิการิมูจิโมโน ( Hikarimujimono )

ฮิการิมูจิโมโน  ( Hikarimujimono ) และแล้วการเดินทางร้อยลี้เริ่มต้นจากก้าวเดียว  ก็ฝ่าฟันมาถึงครึ่งค่อนทางอย่างทุลักทุเล  ผจญอุปสรรคที่ถาโถมโหมกะหน่ำราวพายุร้ายคลุ้มคลั่ง  ลูกแล้วลูกเล่าจนแทบเอาตัวไม่รอด  อุปสรรคที่ว่าหาใช่อื่นใด  ความขี้เกียจมิ่งมิตรนิรันกาล  คือผมขี้เกียจหลังเป็นขนโดยสันดานน่ะครับ  กว่าจะจับจดจับจ้องตัดใจจิ้มนิ้วพิมพ์ต้นได้รู้สึกว่าสาหัสยังกับถูกบังคับให้ไปตายปานนั้นแต่จะว่าไป อุ๊..แม่เจ้า! โม้ไปโม้มา ล่อเข้าไปแปดประเภทแล้วหรือนี่  เก่งเหมือนกันนะตู จะห่วงก็แต่ท่านผู้ผู้อ่านที่เคารพ   เจอลีลาน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรงของผมเข้าไป  จะควานหาเนื้อหาเส้นได้มั่งหรือเปล่าเนี่ย..อ่ะ..อย่ากะนั้นเลย  มาว่ากันต่อดีกว่า  วันนี้ภาษายุ่นวันละคำขอนำเสนอ “ฮิการิมูจิโมโน” หนึ่งในสามของกลุ่ม “ฮิการิโมโน” กลุ่มนี้มาแปลกว่าสองกลุ่มแรก  ตรงที่ทั้งสามประเภทในกลุ่มมีลักษณะพื้นฐานบางอย่างแบบเดียวกัน  ไม่ฉายเดียวเหมือนแต่ละประเภทของอีกสองกลุ่มที่นำเสนอไป   ฉะนั้นเพื่อความสะดวกในการพูดถึงปลาทั้งสามประเภทในกลุ่มนี้  มันสมองขี้เกียจๆ นึกได้ทันทีทันควันเลยว่า ต้องรวบยอดเอาลักษณะพื้นฐานของมันมาพูดรวบยอดเสียครั้งเดียวไปเลยดีกว่าลักษณะรูปแบบพื้นฐานของปลาคาร์พกลุ่ม “ฮิการิโมโน”อ่ะ..เกือบลืม “ฮิการิ” กับ “ฮิคาริ”  อย่างเดียวกันนะครับบอกให้รู้เสียก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวได้เข้าใจว่าพูดคนละเรื่องเดียวกัน  ผมขอเรียกว่า “ฮิการิ” แล้วกัน เพราะคิดว่าส่วนใหญ่พี่ไทยน่าเรียกแบบนี้ ที่ไปที่มาของชื่อ “ฮิการิโมโน” กระซิบถามยุ่นได้ความว่าแบ่งได้เป็นสอง  หนึ่ง “ฮิการิ” หมายถึงมันเงา  แวววาว  หรือหมายถึงรัศมีเปล่งประกายเรืองรองก็ได้  ถ้าใช้กับปลาคาร์พน่าจะแปลกระชับๆ ว่าปลาผิวมันเงา ดูท่าจะเวิร์ก ฟังแล้วนึกภาพง่ายดี  อีกคำ “โมโน” เคยพูดถึงแล้วในเรื่องอูจึริโมโน  แปลเป็นไทยได้ว่าประเภท,ชนิด เป็นคำต่อท้ายเฉยๆ ไม่มีอะไรมาก จบภาษายุ่นวันละคำลักษณะพื้นฐานของปลาฮิการิทั้งสามประเภท  อย่างแรกคือดูจากความหมายของชื่ ปลากลุ่มนี้มีผิวพรรณเงางามแวววาวสะท้อนแสงเป็นจุดขายสำคัญ   ถ้าปราศจากลักษณะที่ว่านี้เป็นได้เหี่ยวเฉาขายไม่ออกตายคาต้นเชียวล่ะครับท่านผู้ชม    อาจสงสัยว่ามันจะเงาได้สักแค่ไหน   ถึงขนาดสะท้อนแสบตาดังโดนแฟลตยิงใส่อย่างนั้นหรือปล่าว  อ่ะ..คงไม่ถึงขนาดนั้น  ปลานะครับไม่ใช่เหล็กชุบโครเมี่ยม  ชั่วชีวิตที่ผ่านมาผิวของฮิการิโมโน  แตกต่างกับปลาคาร์พอื่นอย่างสิ้นเชิง  ผิวมันเงาเป็นอะไรที่ทำให้มันดูมีคุณค่า ถึงแม้ฮิการิโมโนบางชนิดจะมีสีเดียวทั้งตัวไร้ซึ่งลวดลาย  ก็ยังได้รับความนิยมจากนักเลี้ยง ซึ่งปลาอื่นๆ ยากที่จะทำได้ยกตัวอย่างโคฮากุ,ซันเก้,โชว่า ถ้าลองทะลึ่งมีสีเดียวทั้งตัว บอกตรงๆ ว่าโอกาสที่จะไปแหวกว่ายน้ำมันในกะทะมีสูงมาก   ที่พูดมาทั้งหมดเพื่อตอกย้ำว่าความมันเงาของปลากลุ่มนี้ไม่ใช่อุจจาระๆ นะขอบอก  มันเงาสะดุดตาจริงๆ ในตำราปลาคาร์พฝรั่งยังใช้คำว่าปลาที่มีผิว “Metallic” เลยก็แล้วกัน  คิดดูสิว่ามันเจ๋งแค่ไหน จอร์จ..ฮิการิที่ดีผิวต้องมันเงาตลอดทั้งตัว   จะมาเงาเป็นหย่อมๆ หร็อมแหรมไม่ได้น่าเกลียดตายชัก   ควรจะเงาตั้งแต่ปากหัวลำตัวครีบหลังครีบอกหาง  เงาไปถึงตับไตใส้พุงยันถุงน้ำดียิ่งแจ๋วใหญ่  ขอเกริ่นพอเป็นนัยให้รู้ว่าตรงส่วนไหนที่ควรมีความมันเงาเป็นพิเศษ  ที่ลำตัวแน่นอนของตายอยู่แล้ว  ที่หัวต้องเงาสะท้อน  ครีบอกต้องเงาสะท้าน  อย่างนี้เซียนเขาบอกว่าแจ่ม  รายละเอียดเอาไว้ว่ากันในเรื่องการเลือกครับ”ฟูกูริน” เคยฝอยไปแล้วในในเรื่องอาซากิ  สำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ามาอ่าน ทวนให้ฟังนิด  ฟูกูริน หมายถึงเนื้อเยื่อบริเวณรอบขอบเกล็ด  เนื้อเยื่อที่ว่าจะประสานให้เกล็ดแต่ละเกล็ดดูเหมือนเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียว   เหมือนมีร่างแหตาข่ายปกคลุม  นักเลี้ยงบ้านเราเรียกฟูกูรินว่าตาข่ายความหมายตรงกันกับยุ่นฮิการิโมโนที่ดี  ฟูกูรินต้องมีสม่ำเสมอทั่วทั้งตัวหนานูนชัดเจน  มันเป็นจุดเด่นในการมอง ถ้าขาดหายกวงโบ๋ค่าตัวตกกะฉูด  ถ้าเป็นสาวล่ะขายไม่ออกขึ้นคานสถานเดียว แล้วเจ้าฟูกูรินนี่ก็แปลกซะด้วยเวลามีครบทั่วตัวกับมองเหมือนไม่มีแต่ถ้าขาดโบ๋ไปหน่อยละก็  อยู่ห่างสามกิโลยังมองเห็นชัดเจน  ฟูกูรินจะเริ่มต้นจากรอยต่อที่หัวกับลำตัวไล่ยาวไปจนถึงปลายหาง เว้นไว้แต่ส่วนหัว  ช่วงแรกไปจนถึงต้นครีบหลังจะหนานูนกว้างโดดเด่นกว่าตรงส่วนอื่น   แต่ถ้าตัวไหนหนานูน ( หมายถึงฟูกูริน  อย่าคิดเป็นอื่น ) อย่างนี้ทั้งตัวถือว่าเกรดเอ สิ่งสำคัญของฮิการิมูจิทั้งสามเท่าที่นึกออกน่าจะมีเท่านี้   ตัดบทมาทำความรู้จักกับฮิการิโมโนประเภทแรกกันดีกว่าฮิการิมูจิโมโน  สุดยอดของปลาสีเดียวเอามาแนะนำเป็นอันดับแรกด้วยว่าเป็นหน้าเป็นตาของปลาฮิการิ    มีคนรู้จักมากที่สุดความนิยมไม่ได้เป็นรองกว่าปลาคาร์พประเภทต่างๆ ที่ผ่านมา  ไม่มีใครไม่รู้จักน้อยบ่อนักที่จะไม่มีมันแหวกว่าย  คำว่า ฮิการิโมโนรู้จักกันแล้วว่าแปลว่าอะไร  เติมมูจิเข้าไปอีกคำเดียวได้ปลาคาร์พขึ้นมาอีกหนึ่งประเภทในบันดล  “มูจิ” แปลว่าสีเดียวหรือสีพื้น  ฮิการิ+มูจิ+โมโน  จึงหมายถึงปลาคาร์พผิวมันเงาสีเดียวทั้งตัวว่ากันว่าฮิการิมูจิโมโนเป็นปลาที่ถือกำเนิดก่อนเพื่อนในบรรดาฮิการิโมโนทั้งสาม  การกำเนิดของมันมีขั้นตอนสลับซับซ้อนพอควร   แต่เมื่อกำเนิดมาก็ได้รับความนิยมล้นหลาม  ถูกขึ้นบัญชีเป็นปลาคาร์พประเภทใหม่ทันที  ทั้งที่จริงจะว่าไปแล้วปลาคาร์พที่มีสีเดียวทั้งตัวก็หาใช่มีแต่มัน  แต่เรตติ้งของผู้เลี้ยงกับเทให้มันซะจนปลาสีเดียวอื่นชิดซ้ายตกขอบไปเลยฮิการิมูจิ ที่ได้รับความนิยมจากนักเลี้ยงบ้านเรามีอยู่สองสามชนิด ที่จริงมันมีโทนสีที่แตกต่างกันไปเล็กๆน้อยๆ มากกว่านี้   แต่ขอรวบรัดตัดความเอาเฉพาะที่ได้รับความนิยมมาแนะนำให้มือใหม่ได้รู้จักเท่านั้น  นอกเหนือจากนี้ที่ได้รับความนิยมไม่มากนัก  คงต้องหาดูกันเองแล้วหละครับ   เรามาทำความรู้จักกับฮิการิมูจิชนิดแรกดีกว่าโอกอน ขวัญใจตลอดกาลของนักเลี้ยงปลาคาร์พผู้ชื่นชอบปลาสีเดียว  เริ่มแรกเลี้ยงเชื่อว่าคงรู้จักโคฮากุเป็นอันดับแรก  โอกอนน่าจะถูกซื้อไปประดับบ่อเป็นอันดับถัดๆ มา  ถ้าหากมีการโหวตขวัญใจนักเลี้ยงแบบรายการอาคาเดมีแฟนตาเซีย   ฟันธงว่าโอกอนต้องได้รับคะแนนจากบรรดาอาซิ้ม,อาซ้อ,อาเฮีย,อากู๋  อย่างท่วมท้นถล่มทลาย   ด้วยความที่เป็นปลาสีทองเหลืองร่ามเงางาม ซิ้ม,ซ้อหลายท่านที่ผมรู้จักเลี้ยงปลาคาร์พอยู่ด้วยกันให้เหตุผลว่า  ที่เจาะจงเลี้ยงโอกอนเป็นพิเศษอย่างขาดไม่ได้   เพราะสีเหลืองของมันเงาประดุจทองคำซึ่งเป็นเป็นอะไรที่ถูกโฉลกกับคนจีนซินแสผู้ชำนาญในการดู ฮวงซุ้ย เอ๊ย! ฮวงจุ้ย อีแนะนำว่าเลี้ยงแล้วจะเฮงๆๆ ร่ำรวยโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา   เลี้ยงแล้วจะช่วยเสริมบารมีให้กับเจ้าของอย่างมาก   ดีไม่ดีอายุอาจยืนยาวเป็นหมื่นปี  โดยไม่ต้องไปแย่งชิงกินบัวหิมะกับเหล่าจอมยุทธ์ให้เมื่อยตุ้ม  จริงเท็จประการใดโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน“โอกอน” คำนี้ยุ่นบอกมาว่า  มีความหมายเกี่ยวกับทองคำ  ถ้าอย่างนั้นผมขอเลี่ยงบาลีใช้คำว่าปลาสีทองแทนคำว่าปลาสีเหลืองดีกว่านะครับ  เพื่อให้ตรงกับชื่อที่ยุ่นเจ้าตำรับเรียก  อีกอย่างเพิ่งนึกได้ว่าคำว่าสีเหลืองมันอาจจะดูกว้างไป  บางสิ่งบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์จะออกนามก็ดันมีสีเหลืองเหมือนกัน แหวะ.. รู้นะครับว่าผมหมายถึงอะไร   เกรงว่าใครดันอุตริพาลไปนึกว่าปลาที่มีสีเหลืองประดุจดัง… เจ้านั่นเข้าละดูไม่จืดเชียวนะโยม!ในบันทึกกล่าวว่าโอกอนตัวแรกถือกำเนิดเมื่อราวๆ ปี 1946 เป็นปลารุ่นหลานรุ่นเหลนเมื่อเทียบกับโคฮากุ  ผู้ที่ทำการเพาะพันธุ์โอกอนสำเร็จเป็นรายแรก คือสองพ่อลูกตระกูลอะโอกิ ซาวาตะกับฮิเดโยชิ แห่งหมู่บ้านทาเกะซาว่า,ยามาโกชิ,โอจิยะ  ปลาที่สองพ่อลูกนำมาเพาะในชั้นต้นเป็นปลาสีทองที่หาได้จากแม่น้ำธรรมชาติบางคนแย้งว่า  อ้าว..ในเมื่อมีตามแน่น้ำก็ไปเหวี่ยงแหลงอวนจับเอาสิมาเพาะเองให้เสียเวลาทำไม  ไม่ใช่อย่างนั้นฟังให้จบก่อน  ปลาที่มีสีทองที่ว่ามันไม่ได้สวยงามเหมือนในปัจจุบัน  เป็นเพียงแต่ที่สีทองแบบนิดหน่อยๆที่ลำตัว  ที่หัวยังมัวๆ กะดำกะด่าง   แถมยังมีจุดสีดำขึ้นอยู่ทั่วทั้งตัวอีกต่างหาก   เปรียบไปก็เป็นได้แค่ทองเก๊ใส่ไปเดี๋ยวลอกๆ ต้องคอบชุบอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่ทองแท้บาทละหมื่นกว่าใส่แล้วสะดุดตาขี้ยามิจฉาชีพที่สุด ระวังเน้อ..สมัยนี้อันตรายรอบตัว  ทางที่ดีถอดเก็บซะหรือไม่ก็เอามาฝากผมไว้ก็ได้  ฮิ..ฮิ..อ่ะ..ออกไปไกลเลยตู   เข้าเรื่องต่อการพัฒนสายพันธุ์ในครั้งแรกๆ ใช่ว่าจะได้ปลาสีทองอร่ามทั้งตัวออกมาเลยนะ  ไม่หมูอย่างที่คิด  แต่มันก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ที่ละนิดละหน่อย   มีบางส่วนกลายเป็นสีขาว,เทาเงินออกมาด้วย  เป็นปลาจำพวกคิน-กิน คาบูโตะ  ปลาที่มีสีเทาคล้ำที่บริเวณหัว  คิน-กินโบะ  สองอย่างหลังนี้เป็นปลาที่บริเวณหลังยังไม่ดีพอยังมีสีคล้ำปนเปื้อนอยู่   สุดท้ายโอกอนที่มีสีเหลืองทองทั้งตัวก็ได้ถือกำเนิดจากการนำเอา ชิโร่ฟูจิ ปลาสีขาวที่มีสีเงินที่หัวตัวเมียมาผสมกับปลาตัวผู้ คิน-กินโบะ,คิน-กินคาบูโตะ   ในบันทึกยังบอกไว้ว่าในครั้งนี้ประสบความสำเร็จแต่ก็ได้โอกอนที่สมบูรณ์แบบเพียงแค่สองตัวเท่านั้นจากวันนั้นถึงวันนี้  โอกอนสีทองสองตัวได้ขยายแพร่พันธุ์ให้กำเนิดปลาที่มีสีเหลืองทอง  ทั้งเหลืองอ่อนเหลืองนวล ขาวอมเหลือง  แตกต่างกันไปท้ายสุดของการพัฒนสายพันธุ์โอกอนเมื่อปี 1957  นายมัตสะโอกะได้พัฒนาโอกอนให้มีสีเหลืองทองเข้มจัดเงางามกว่าเดิมได้สำเร็จป็นโทนสีอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้   ชื่อของโอกอนโทนสีนี้คือ “ยามาบูกิโอกอน” แต่นักเลี้ยงบ้านเรายังนิยมเรียกมันสั้นๆ ว่าโอกอนเหมือนเดิม ฉะนั้นมือใหม่หัดขับโปรดจำไว้นะครับว่าเป็นปลาชนิดเดียวกัน   เพียงแต่ว่าคำว่าโอกอนยังคอบคลุมไปถึงปลาที่เป็นปลาผิวมันเงาในกลุ่มฮิการิทั้งหมดด้วยแพลตทินั่มโอกอน หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า แพลตทินั่มหมายถึงปลาฮิการิมูจิที่มี สีทองคำขาว  ว่ากันอย่างนี้เลยแหละ  และมันก็ขาวมันเงาดุจดังทองคำขาวจริงซะด้วย เป็นปลาขวัญใจ ซิ้ม-ซ้อ-เฮีย-กู๋ เหมือนกับโอกอนเลี้ยงให้ครบสูตรสีทองทองสีเงิน เลี้ยงแล้วเงินทองไหลไปเทมาว่างั้นเถอะหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือเลือกซื้อปลากับคนญี่ปุ่น  ถ้าได้ยินเขาพูดถึงคำว่า “ฮิกกิน” โปรดจงรู้ว่าเขากำลังพูดถึงเจ้า แพลตทินนั่มนี่แหละ  หรือถ้าได้ยินคำว่า “ฮากุโชกุ” ก็หมายถึงแพลตทินั่มอีกเหมือนกัน “ชิโร่โอกอน” ก็ด้วยเจ้านี่มันมีหลายชื่อ  แพลตทินั่มถือกำเนิดเอาเมื่อปี 1963 ห่างจาก โอกอนหลายปีอยู่ ผู้ที่เพาะได้สำเร็จคือนายทาดาโอะ โยชิโอกะ แห่งเมืองอูซู โดยขั้นต้นนำเอาคิกอย ผสมกับนิซูโอกอน แล้วนำมาพัฒนาจนได้แพลตทินั่มที่สมบูรณ์แบบออเรนท์ โอกอน ตัวนี้นิยมเรียกชื่อเป็นภาษาฝรั่งเหมือนกัน  เป็นโอกอนที่มีสีส้มทอง  ออเร้นท์โอกอนที่ดีถูกเพาะพันธุ์ในราวๆ ปี 1953-1956 เกิดหลังยามาบูกิไม่กี่ปี  จัดเป็นปลาหายากหาเย็น  อ่ะ..จะว่าหายากก็ไม่เชิงต้องบอกว่าออเร้นท์โอกอนที่สวยจริงๆ  หายากกว่ายามาบูกิ,แพลตทินั่มถึงจะถูก  สองชนิดแรกจัดเป็นปลาตลาดที่มีการผลิตออกมาจำหน่ายตลอดไม่มีขาดแคลนเคยสังเกตเอาเองนะว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรที่มีการนำเข้าปลาคาร์พจากญี่ปุ่นมาเป็นล็อต  ฮิการิมูจิที่เห็นหน้าค่าตามากกว่าเขาเพื่อนก็คือยามาบูกิ  ทองอร่ามมากันเป็นฝูง  แทรกแซมมาด้วยทองคำขาวแพลตทินั่มพองามออเร้นท์น้อยสุดมาแบบกะปริบกะปอย  แต่สมัยนี้หาได้ไม่ยากเพียงแต่จะสวยตามคำนิยามของออเร้นท์โอกอนแท้ๆ หรือปล่าวเป็นอีกเรื่องนึงมาถึงตรงนี้คงต้องขอสรุปว่าปลาในกลุ่มฮิการิมูจิ มีอยู่สามชนิดนี้เท่านั้นที่เป็นที่นิยมชมชอบของนักเลี้ยงส่วนใหญ่   ส่วนชนิดอื่นที่เหลือผมขอ เออ..ออ ห่อหมกว่าไม่ค่อยมีใครชอบ  จึงขอเอาแต่ชื่อมาให้รู้จักก็แล้วกันซึ่งก็มี กินมัตจึบะ หมายถึงโอกอนสีทองคำขาวที่มีสีดำในร่องเกล็ด   คินมัตจึบะหมายถึงโอกอนสีทองที่มีสีดำในร่องเกล็ด ถือกำเนิดเมื่อปี 1960 โดยนายมาโนะ อิซาบูโร่ โดยนำเอาปลามัตจึบะ (ปลาสีเดียวที่มีสีดำในร่องเกล็ด) มาผสมกับโอกอน อย่าสงสัยว่าในเมื่อมีสีดำปนอยู่ด้วย จะเอามารวมกลุ่มกับฮิการิมูจิที่แปลว่าปลาสีเดียวได้ยังไง คือเขาเอาสีพื้นเป็นหลัก สีดำมันแค่เหลื่อมในร่องเกล็ดเท่านั้นไม่ได้เป็นลวดลายแพทเทินส์  มองดูแล้วก็ยังเป็นปลาสีเดียวอยู่วันยังค่ำ  นสึโอกอนหมายถึงโอกอนที่มีสีเทาเงิน ฮิโอกอนกอน เป็นโอกอนที่มีสีใกล้เคียงกับออเร้นท์โอกอนแต่จะมีสีแดงกว่า มิซูโฮะโอกอนหมายถึงโอกอนที่มีเกล็ดที่บริเวณหลังเป็นสีดำ คูโระโอกอนหมายถึงโอกอนที่มีสีดำ จบแล้วจ้า.
Advertisements