Posts Tagged ‘Shusui’

ซูซุย ( Shusui )

ซูซุย  ( Shusui )

พูดไปจะเชื่อมั้ยเนี่ยว่า AQUA ฉบับที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้  กระผมเขียนต้นฉบับอยู่ท่ามกลางสายลมหนาวแบบสุดๆ อุณหภูมิประมาณ 4 องศา บนดอยอ่างขาง  แอบหนีมาเที่ยวหอบงานมาทำด้วย ตอนนี้เป็นเดือนธันวาคม 2547 จ้ำจี้มะเขือเปาะดูแล้วปรากฏว่าต้นฉบับนี้  น่าจะลงตีพิมพ์เดือนพฤษภาคม 2548 ห่างกันเกือบครึ่งปีจากหนาวสู่ร้อน  ไม่รู้ว่ามีฝนตกด้วยหรือปล่าว  อ่ะ..ถ้ามีก็ต้องเรียกว่าต้นฉบับสามฤดูเอาล่ะครับไม่อยากทักทายให้เยิ่นเย้อ  มาเข้าเรื่องปลาคาร์พของเราดีกว่า  ปลาในกลุ่ม“อาซากิ”ประเภทต่อไปที่นำมาเสนอนี้  มีนามกรตามท้องเรื่องว่า “ซูซุย” หรือบางท่านเรียกว่า “ชูซุย” ก็ไม่ว่ากัน  เอากันตามถนัดปากครับเจ้าชูหรือซูซุยจัดเป็นฝาแฝด  พี่น้องท้องเดียวกันกับเจ้าอาซากิ  ทำไมถึงถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?  สาเหตุเพราะว่ามันทั้งสอง  มีรูปแบบลักษณะหลายๆ อย่าง  ละม้ายคล้ายคลึงใกล้เคียงกันมากๆ สิ่งที่แตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างอาซากิกับซูซุย  ที่มองเห็นจากภายนอกคืออาซากิที่มีเกล็ดทั้งตัว  ส่วนซูซุยมีเกล็ดบางส่วน  ตรงบริเวณสันหลังกับบริเวณข้างลำตัว  พี่ไทยเรียกทับศัพท์กันว่า ด๊อยส์ ( Doitsu )ก่อนที่จะกล่าวซูซุยในเรื่องต่างๆ ผมขอพาท่านผู้อ่านเข้ามาทำความรู้จักประวัติความเป็นมาเสียก่อน- ที่ไปที่มา ต้นกำเนิดของ ซูซุยตามบันทึกปลาคาร์พที่ผมไปเสาะหามานี้  ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นไปเป็นมามาของเจ้านี่ไว้ว่า ซูซุยตัวแรกที่ถือกำเนิดลืมตามมาดูโลกบูดๆ เบี้ยวๆ ใบนี้  เกิดมาจากฝีมือการเพาะพันธุ์ของท่าน  ศาสตราจารย์คิชิโกโร่อากิยาม่า  แห่งสถาบันประมงแห่งชาติญี่ปุ่นท่านศาสตราจารย์คิชิโกโร่ผู้นี้  เป็นผู้ที่ให้กำเนิดซูซุยด้วยตัวของท่านเอง แฮ่ะๆ พูดเล่นครับ  ขืนเป็นอย่างนั้นจริงอุบาทว์ตายชัก   ท่านได้ทำการเพาะพันธุ์มันขึ้นมาด้วยหนึ่งสมองกับสองมือ   บวกความเฮงอีกนิดหน่อยวิธีการนั้นไม่ได้พิสดารพันลึกเกินนึกเกินจินตนาการ  ท่านเพียงแค่นำเอาปลาคาร์พต่างประเภท  ระหว่างอาซากิข้ามห้วยมาผสมกับปลาคาร์พสายพันธุ์เยอรมัน  ที่นักเลี้ยงบ้านเราเรียกว่า ” ด๊อยส์”  ญี่ปุ่นออกเสียงกว่า  ด๊อยสุหรือ ด๊อยสึ ประมาณนี้ผลของการโรมรันพันตู  ระหว่างลูกหลานฮิตเลอร์กับลูกพระอาทิตย์ในครั้งนั้น ได้ถือกำเนิดปลาคาร์พสายพันธุ์ใหม่เอี่ยมอ่อง  ถอดแบบลอกเลียนจากปลาที่ให้กำเนิดมันทั้งสองมาอย่างละครึ่ง   ส่วนนึงนั้นคงไว้ซึ่งความเป็นปลาด๊อยส์  คือมีเกล็ดเฉพาะที่สันหลังกับบริเวณข้างลำตัวเท่านั้น   ส่วนสีฟ้าอมเทาและลวดลายสีแดง  ถอดแบบมาจากอาซากิเป๊ะเด๊ะเลยละครับ  ท่านผู้อ่านที่เคารพ- รูปแบบลักษณะทั่วไป ของเจ้าซูซุยรูปแบบลักษณะเด่นๆ ที่มองปุ๊บเป็นอันรู้ปั๊บว่านี่คือเจ้าซูซุย   สิ่งแรกที่ต้องกล่าวถึงคือ   ซูซุยเป็นปลาอาภัพเกล็ด   ไม่ได้มีเกล็ดห่อ หุ้มเต็มตัวเหมือนดังปลาคาร์พทั่วไป   เกล็ดที่ปรากฏบนเรือนร่างนั้นช่างหรอมแหรมจิ๊บจ๊อยน้อยเสียเหลือเกิน   เปรียบประดุจดั่งยาจกผู้อาภัพอับโชคยากไร้อาภรณ์ห่อเรือนกาย   หรือไม่ก็บุรุษหัวล้านล้านกระบาลใสไร้เกศาปกคลุม    อีกทั้งเกล็ดที่มีอยู่อย่างกระจ้อยร่อย   ดันยังผ่าเหล่าผ่ากอแปลกประหลาดพิลึกกึกกือ  ไม่เหมือนกับชาวบ้านชาวช่องเค้า อีก  อา..ช่างอาภัพซ้ำซากซ้ำซ้อนอะไรเช่นนี้เกล็ดอันประหลาดพิศดารนี้   เป็นมรดกตกทอดที่มันได้รับมาจากจากปลาด๊อยส์อย่างที่กล่าวมา  อ่ะ..เกือบลืมพูดถึงลักษณะเกล็ดของปลาด๊อยส์  โดยหลักๆ แล้วมีอยู่ 2 รูปแบบ  1.มีเฉพาะที่สันหลังกับข้างลำตัว 2.ไม่มีเลยหรือมีก็น้อยมากถ้าไม่สังเกตจะมองไม่เห็น  เหมือนกับปลาดุกปลาไหลประมาณนั้นซูซุยเป็นปลาด๊อยส์ที่มีเกล็ดเฉพาะที่สันหลังกับที่ข้างลำตัว  เกล็ดที่สันหลังเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ เป็นสิ่งที่ทำให้ซูซุยโดดเด่น  แปลกแหวกแนวกิ๊บเก๋ไฉไลพราวเสน่ห์แปลกตากว่าปลาคาร์พอื่นๆ ฉะนั้นจึงต้องให้ความคัญกับเกล็ดสันหลังนี้เป็นพิเศษ   โดยทั่วไปเกล็ดที่สันหลังจะมีสองแถวซ้ายขวา  เรียงชิดติดกันเป็นคู่ๆ โดยเริ่มต้นตั้งแต่โคนหัวไปจนถึงโคนหางลักษณะเกล็ดสันหลังที่ดีของซูซุย  เกล็ดทั้งซ้าย ขวาต้องเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสม่ำเสมอ  ครบถ้วนบริบูรณ์ไม่ขาดแหว่งเว้าไม่เท่ากัน   ต้องคมเข้มดำจัดชัดเจน โดดเด่นสะดุดตา  ขนาดของเกล็ดที่สันหลังจะมีความแตกต่างกับเกล็ดปลาอื่นในเรื่องขนาด   เกล็ดสันหลังซูซุยจะไซส์ XL  ไม่เหมือนกับโคฮากุ,ซันเก้ นะครับกรุณาดูจากรูปประกอบ  ซูซุยที่มีเกล็ดสันหลังขนาดใหญ่คมเข้มชัดเจน   เรียงตัวเป็นระเบียบเป็นปลาที่มีคุณค่าตรง กันข้ามกับเกล็ดข้างลำตัว  ซึ่งดูไม่ค่อยมีบทบาทไม่ได้รับความสนใจจากนักเลี้ยงเท่าใดนัก   เกล็ดข้างลำตัวจะเป็นเกล็ดอ่อน ไม่แข็งเท่าเกล็ดสันหลัง  เรียงตัวเป็นแถวยาวตามแนวลำตัว  เกล็ดตรงนี้ถ้ายิ่งเล็กหรือมีน้อยจนมองแทบไม่เห็น  จะเป็นเรื่องดีเลิศประเสริฐศรีอย่างยิ่ง  ตรงกันข้ามกับเกล็ดสันหลังถ้าไม่มีถึงกับเจ๊งกะบ๊งเชียวนะครับใครที่เคยเลี้ยงซูซุยจะรู้ว่าถ้าเกล็ดข้างลำตัวมีขนาดใหญ่และเยอะเกิน  เป็นเรื่องไม่ดี  รายละเอียดตรงนี้เอาไว้ว่ากันในเรื่องการเลือกปลาอีกทีลักษณะพื้นฐานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของซูซุยอีกอย่างคือ  สีแดงหรือฮิแพทเทินส์   ในฉบับก่อนโน้นผมได้พูดถึงสีแดงของฮิอูจึริ   ว่าไม่เหมือนกับสีแดงของโคฮากุ   ของซูซุยเองก็เหมือนกันมีลักษณะเฉพาะตัวไม่ซ้ำแบบใคร  ไม่แดงแป๊ดแสบทรวงแบบโคฮากุ,โชว่า,ซันเก้  สีแดงของซูซุยจะออกไปทางแดงอมส้มนวลๆ ดูรูปประกอบแดงแบบนั้นแหละ  ผมไม่รู้จะบรรยายยังไงดี   ดูแล้วมันไม่เหมือนกับสีแดงโคฮากุใช่มั้ยครับ  หรือท่านผู้อ่านมองแล้วเหมือน  เอ..ถ้าอย่างนั้นผมก็ตาถั่วอยู่คนเดียวสิครับเนี่ยซูซุยที่ดีควรมีสีแดงแบบนี้  เป็นสีแท้ๆ ของซูซุย   ถ้าไม่ใช่แดงแบบนี้ถือเป็นของเทียมทำเลียนแบบ  สีแดงโทนนี้แหละที่นักเพาะพันธุ์พยายยามคงลักษณะไว้  มันทำให้ซูซุยมีความโดดเด่นเมื่อว่ายรวมกับปลาอื่นๆในบ่อถ้ามันมีสีแดงเหมือนโคฮากุ  ผมว่ามันจะดูเป็นอะไรที่ซ้ำซ้อน  คงขาดเสน่ห์ลงไปถนัดตาเลยทีเดียวเชียวจากลักษณะที่ผมสาธยายมา  ดูจากรูประกอบครับ   เจ้าคาร์พประเภทใหม่นี้เป็นอะไรที่โดนใจนักเลี้ยงปลาคาร์พอย่างจัง  วัยรุ่นเค้าบอกว่าโดนอย่างแรง  คือมันเป็นอะไรที่งามหยดย้อยหยาดเยิ้ม  เป็นที่กล่าวขวัญของผู้ที่ได้พบประสพเจอ  ส่งผลให้ปลาคาร์พที่ท่านศาสตราจารย์คิชิโกโร่ลงทุนผสมพันธุ์เอง  เอ๊ย..เพาะขึ้นมา  โด่งดังเปรี้ยงปร้าง  อย่างกับจุดพลุส่งตูดขึ้นสวรรค์เชียวเลยน่ะครับด้วยอานิสงฆ์ผลบุญในครั้งนั้นส่งผลให้ชื่อเสียงของท่านศาสตราจารย์   ดังกระฉ่อนพุ่งกระฉูดระบือลือไกลไปเจ็ดย่านน้ำกับอีกสามลำแคว   อย่างคำที่ว่าไว้  คนจะดังต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่   และตามธรรมเนียมที่พึงปฏิบัติมาช้านาน  นักเลี้ยงชาวญี่ปุ่นจึงได้เรียกชื่อเจ้าปลาคาร์พชนิดใหม่นี้ว่า “ซูซุย”  หรือที่บางท่านเรียก”ชูซุย”  เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับท่านศาสตราจารย์คิชิโกโร่  อากิยาม่า  โดยนำเอาคำว่าชู (Shu) ซึ่งเป็นคำเดียวกับคำว่า “อะกิ”  ย่อมาจากคำว่า  อากิยาม่า  นามสกุลของท่านศาสตราจารย์  รวมกับคำว่า ซุย (Sui) ซึ่งมีความหมายว่าสีฟ้าน้ำเงินของอาซากิ  ซึ่งเป็นสีเดียวกับซูซุยนั่นเอง   เรื่องของเรื่องมันก็มีที่มาที่ไป  ดังฉะนี้แลสาธุชน..- ทำไมถึงชอบพูดว่า  อาซากิกับซูซุยเป็นฝาแฝดหรือพี่น้องคลานตามกันมานักนะ..อ่ะ..คำถามนี้มีคำตอบ  มาว่ากันเรื่องฮิแพทเทินส์สีแดงก่อน  เจ้าอาซากินี่ผมพูดเน้นย้ำแล้วย้ำอีกว่า อาซากิที่ดีจะต้องมีรูปแบบฮิแพทเทินส์   ตั้งแต่แก้มวิ่งผ่านยาวข้างลำตัวและใต้ท้องตลอดไปถึงโคนหาง  ครีบอกต้องมีสีแดงที่เรียกว่าโมโตอะกาด้วยแล้วไอ้ที่พูดมาทั้งหมดนี่ตรงไหนที่ซูซุยไม่มีล่ะครับ  ซูซุยก็มีสีแดงที่ข้างแก้มข้างลำตัวไปจนถึงโคนหางเหมือนกัน  ต่างกันก็เพียงแต่รูปแบบ  อาซากิจะนิยมสีแดงที่ข้างลำตัวใต้ท้องไม่สูงขึ้นมาด้านบนมากนัก  ตรงนี้ซูซุยเปิดกว้างกว่าอาจจะมีสีแดงขึ้นมาถึงสันหลังเลยก็ได้  มีหลายรูปแบบครับ  โมโตอะกาเจ้าซูซุยก็มีเหมือนกันอาซากิกิบางตัวมีสีแดงที่ครีบหลังซูซุยบางตัวก็มี   อาซากิมีสีพื้นเป็นสีฟ้าซูซุยก็ใช่ว่ามีสีพื้นเป็นสีม่วงซะที่ไหนเล่า  สีฟ้าเหมือนกันเด๊ะ  มีอะไรอีกล่ะที่อาซากิมีแล้วซูซุยไม่มีวานบอก  เห็นมั้ยล่ะ..ว่าที่กล่าวมาทั้งหมด  ซูซุยมีเหมือนกับอาซากิหมด  อย่างกับคู่แฝดท็อป-ไทด์, ฝันโด่-ฝันเด่  เอ๊ย.. ฝันดี-ฝันเด่นแน่ะข้อแตกต่างระหว่างซูซุยกับอาซากิอย่างเดียวที่เห็นคือ  อาซากิมีเกล็ดแบบฟูกูริน  ส่วนเจ้าซูซุยมีเกล็ดแบบด๊อยส์แค่นั้นเอง  ในยุคก่อนยังมีนักเลี้ยงเรียกซูซุยว่าอาซากิด๊อยส์เสียด้วยซ้ำไป  สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ประเด็นสำคัญคือ  อยากจะสื่อให้ทราบว่าสาเหตุที่ซูซุยกับอาซากิมีความคล้ายคลึงกันเพราะว่า   ซูซุยมีต้นกำเนิดมาจากอาซากิ   ไม่ได้ให้มาเชื่อว่าปลาทั้งสองเป็นฝาแฝดกันจริงๆ นะครับ  บางสิ่งบางอย่างของอาซากิก็สามารถนำไปอ้างอิงกับซูซุยได้เหมือนกัน   อย่างการเลือกซื้อและเทคนิคการเลี้ยง  เป็นต้น- ชนิดย่อยของซูซุยที่คุ้นเคยพานพบประสบเจอได้บ่อยๆ หาซื้อได้ทั่วไป   แม้แต่ในร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้บ้านท่าน  เห็นจะมีเพียงแค่ 3 ชนิดเท่านั้น   นอกเหนือจากนี้เป็นอะไรที่หาทำยาได้ยากอย่าไปสนใจดีกว่าครับ   3 ชนิดที่ว่านี้  มีรูปแบบลวดลายความสวยงาม   กิ๊บเก๋ไปคนละแบบคนละแนวคนละสไตล์  พูดให้เข้าใจง่ายก็คือสวยถูกใจโก๋ทั้ง 3 แบบแหละก่อนจะกล่าวถึงในรายละเอียดขอบอกมือใหม่หัดขับได้รับรู้  ในความเป็นจริงซูซุยไม่ใช่ปลาหายากหาเย็นแอบเช็คข้อมูลจากกองตรวจคนเข้าเมืองมาแล้วว่า  มีซูซุยจากญี่ปุ่นข้ามน้ำข้ามทะเลมาเมืองไทย   มากมายมหามหาศาลบานตะเถือกเกินกว่าจะคะเนนับ   และก็ยังซูซุยลูกหม้อสายเลือดกะเหรี่ยงเกิดในเมืองไทยอีกอักโขมโหฬารบานตะเกียงเช่นกัน  จนเดี๋ยวนี้กลายเป็นปลาโหลกิโลละบาทไปซะแล้ว   แต่ประทานโทษขอบอกซูซุยที่สวยงามตามตำรา   หายากยังกับงมเข็มในโอ่งมังกรมากด้วยปริมาณคุณภาพไม่ค่อยจะมี  ฉะนั้นแล้วไซร้ถ้าไปพานพบประสบเจอซูซุยงามๆ โครงสร้างแจ่มๆ  สีสันเจ็บปวดเร้าใจ   เกล็ดเรียงตัวเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างกับผ้าพับไว้  ขอให้รีบกระโดดใส่ทันที  อย่ามัวรีรอลีลาภิรมย์ใจ  ชักช้าเป็นโดนสุนัขคาบไปรับทานแน่มาเข้าเรื่องเข้าประเด็นกันดีกว่า ชนิดแรกที่จะแนะนำก็คงเป็นเจ้านี่ครับฟูไรซูซุย ฟังชื่อแล้วดูแปลกๆ ไม่คุ้นหูเลยใช่ไหมครับ  ใช่แล้วเพราะชื่อนี้เป็นชื่อที่ถูกลืมเป็นชื่อที่ไม่มีคนนิเรียก  ผมจำขี้ปากเพื่อนนักเลี้ยงชาวญี่ปุ่นมาอีกที  โดยทั่วไปนักเลี้ยงจะเรียกซูซุยชนิดนี้ว่า ซูซุย สั้นๆ เฉยๆ หรือจะบอกว่าเป็นซูซุยธรรมดาก็ได้  ลวดลายรูปแบบของเจ้าซูซุยชนิดนี้เบสิคมากๆ  คือจะมีฮิแพทเทิร์นใกล้เคียงกับอาซากิปลาต้นกำเนิดของมัน  มีโมโตอะกาที่ครีบอก  มีสีแดงที่แก้มเหมือนกัน  ส่วนสีแดงที่ลำตัวก็จะมีตั้งแต่ใต้ท้อง   แต่จะไม่ลามสูงขึ้นมาถึงสันหลัง   เริ่มต้นจากบริเวณหลังครีบอกไปถึงโคนหาง   และสีแดงที่โคนหางจะพาดข้ามเข้าถึงกัน   ว่ากันว่าแพททิร์นแบบนี้เป็นแพทเทิร์นของซูซุยที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่เริ่มแรก   ดูจากชื่อเต็มของมัน “ฟูไร” หมายถึงเก่าโบราณประมาณนี้  จากแพทเทิร์นที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าซูซุยชนิดนี้มีพื้นสีฟ้าในปริมาณมาก  จุดเด่นจุดขายของมันก็อยู่ตรงพื้นสีฟ้าที่สันหลังกลางตัวนี่แหละ  จึงมีคำพูดว่าฟูไรซูซุยเป็นปลาโชว์หลังฮานะซูซุย บางท่านเรียก “ฮานาไ เรียก “ฮาน่า” ก็มี   เอาเป็นว่าถ้าขึ้นต้นด้วยฮาให้เข้าใจว่าเป็นอย่างเดียวกัน   แต่ถ้าขึ้นต้นแล้วไม่ฮาอันนี้เรียกว่ามุขฝืดกร่อยสนิท  มีผลอย่างมากกับนักตลกบริโภค เจอปล่อยมุขแล้วแป้กงานนั้นอาจท้องกิ่ว  อับอายขายขี้หน้าประชาชีอีกต่างหาก   ฮานะในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงดอกไม้ ถ้าลองญี่ปุ่นตั้งสมญานามให้อย่างนี้รับรองว่าตัวจริงต้องสวยเช้งกะเด๊ะฮานะซูซุย คือซูซุยที่มีฮิแพทเทินส์คั่นกลางระหว่างสันหลังกับใต้ท้องอย่างชัดเจน  อันนี้เป็นคำนิยามของมัน   แต่ขอบอกว่าหายากมั่กๆ ที่พบเจอล้วนแต่เป็นฮานะที่ดูคลุมเคลือเคลือบแคลง  ฮิแพทเทินส์ไม่คั่นกลางชัดเจนอย่างนิยามว่า   จุดเด่นของฮานะไม่ได้อยู่ที่พื้นสีฟ้าบนสันหลังกลางตัว   ความสวยงามของมันคือความคมกริบของสีแดงที่คั่นกลางระหว่างตัว  ฮานะซูซุยจึงเป็นปลาที่โชว์ลายสีแดงต่างกับฟูไรซึ่งโชว์พื้นสีฟ้าลายสีแดงข้างตัวยิ่งคมกริบเป็นแนวสวยเหมือนกันทั้งซ้ายขวาเท่าใด  ก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์เพิ่มคุณค่าให้ได้มากเท่านั้น   แต่อย่างว่าของสวยหาไม่ง่ายเหมือนของขี้เหร่หรอกครับจะบอกให้  เหมือนผู้หญิงน่ะแหละ อุ๊บ..ปากเสีย  เอาแค่ว่าแถบสีแดงพอดูแล้วเป็นแนวนิดหน่อยเราก็เรียกว่าฮานะซูซุยแล้ว  ฮานะซูซุยบางตัวที่ประกวดได้รางวัล   แถบแนวสีแดงขาดตอนไม่ต่อเนื่อง   แถมลายทั้งสองข้างยังไม่เหมือนกันด้วยซ้ำไปปัจจุบันปลาอย่างที่ว่านี้ออกมาสู่ท้องตลาดเยอะมาก   นักเลี้ยงกับบอกว่าดูดีมีลูกเล่นมองแล้วไม่เบื่ออีกแน่ะผมเคยได้ยินคำกล่าวเกี่ยวกับฮานะซูซุย   เป็นคำเปรียบเทียบความงามของมันว่า  แถบสีแดงที่ข้างลำตัวเปรียบเสมือนแปลงดอกไม้  เกล็ดบนสันหลังเปรียบดังภูเขา  ส่วนสีฟ้านั้นเล่าก็งามดั่งทะเลสาบ  ภูเขาดอกไม้ล้อมรอบด้วยทะเลสาบสีฟ้า  อา..ฟังแล้วคลิ้มตาปริบๆ  ถ้าได้อยู่เคียงข้างสาวงาม  ณ.ที่นั้นจะเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!  กึ๋ยส์..ฮิซูซุย บรรยายสรรพคุณปลาที่มีชื่อฮินำหน้ามาตั้งหลายครั้งหลายครา  ทั้งหมดในปลาคาร์พทุกประเภทที่นำเสนอไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโคฮากุ,ซันเก้,โชว่า,อูจึริ,อาซากิ  แพทเทิร์นประจำตัวของมันคือปลาที่มีสีแดงทั่วทั้งตัว   เป็นลักษณะที่ไม่ค่อยโสภาสถาพรนักเมื่อเปรียบกับแพทเทินส์อื่นๆ เปรียบเหมือนเดั่งลูกเมียน้อย  มักจะด้อยค่าราคากว่าเค้าแต่ช้าก่อนโยม  กับซูซุยแล้วไม่ใช่ต้องเว้นไว้สักหนึ่ง  ด้วยความนิยมที่นักเลี้ยงมีต่อฮิซูซุยไม่ได้ด้อยไปกว่าซูซุยอื่นๆ เลยสักนิด   มีศักดิ์มีศรีมีชาติสกุลเท่าเทียมเชิดหน้าชูตาได้ไม่อายใคร  ไม่เป็นลูกเมียน้อยอย่างกับปลาฮิอื่นๆ  เป็นปลาที่มากอบกู้เอกราชศักดิ์ศรีแห่งความเป็นปลาฮิโดยแท้คงไม่ต้องบอกกล่าวเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนนะครับว่า  ฮิซูซุยมีรูปแบบแพทเทินส์อย่างไร  ถ้าบอกว่าติดตามอ่านงานเขียนมาตลอด  แต่จินตนาการภาพฮิซูซุยไม่ออกล่ะก็งานนี้มีเรื่อง  ไม่ท่านผู้อ่านก็ผมคงต้องเอาหัวไปโขกต้นมะพร้าวตายกันไปข้างนึงล่ะ  ฮิซูซุยคือซูซุยที่มีสีแดงทั่วทั้งตัว  มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เหลือแต่ลูกกะตาดำยิ่งดี   ยิ่งแดงมากแดงมิดชิดเท่าไหร่คุณค่าราคาค่าตัวยิ่งสูงประเด็นหนึ่งที่อยากกล่าวถึง  คือฮิซูซุยบางตัวที่ก่อนหน้าคือซูซุยปรกติ  แต่เลี้ยงไปเลี้ยงมาวันดีคืนดีเจ้าสีแดงมันดันขึ้นเละเทะ เลอะเทอะ เปรอะเปื้อน ขี้เรื้อนสังคัง เจออย่างนี้วัยรุ่นเซ็ง!  อย่ากะนั้นเลย  ไหนๆ ก็ไหนๆแล้วเร่งสีให้แดงเถือกไปทั้งตัวกลายเป็นฮิซูซุยไปเลยดีกว่า  นี่พูดจริงๆ นะไม่ใช่พูดเล่นๆ มือใหม่หัดขับที่ยังไม่เคยเลี้ยงซูซุย  ยังไม่รู้ซึ้งถึงฤิทธิ์เดชปาฏิหารของเจ้านี่  ว่ามันสะแด่วแห้วแสบสันต์สะเด่าทรวงแค่ไหน ไอ้ตรงที่ไม่อยากให้แดงขึ้น  มันล่ะขึ้นจริงขึ้นจัง  แต่ไอ้ตรงไหนอยากให้ขึ้น  รอไปสิบปีสี่ชาติไม่โผล่มาให้เห็นสักแอะก่อนจบขอพูดถึงซูซุยอื่นๆ ที่ไม่ได้นำมาเสนอ   เหตุที่ไม่มาเสนอเพราะว่ามันไม่เป็นที่นิยม  อย่างซูซุยที่ไม่มีสีแดงเลยสักนิด  เลี้ยงไว้ดูเกล็ดที่สันหลังอย่างเดียว  ถึงจะมีคนเลี้ยงแต่เป็นกลุ่มน้อยเท่านั้น  กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ชอบอะไรที่มันวิปริตพิสดาร   เป็นกลุ่มคนประหลาดอย่าไปพูดถึงเขาดีกว่า  บางอย่างก็ดูสวยดีอย่าง “คิซูซุย”ซึ่งเป็นซูซุยที่มีสีเหลืองสวยงามมาก  โดยส่วนตัวผมก็ชอบ   แต่ทานโทษร้อยปีปรากฏกายมาให้เห็นเป็นบุญตาสักตัว  ก็ไม่รู้จะนำมาเสนอให้เปลืองหน้ากระดาษเปลืองหมึกทำไม จึงขอจบแบบห้วนๆ ด้วยประการฉะนี้ครับ

Advertisements